ชื่อร้าน :   ครัวปูหลน
ตำแหน่ง:  124 หมู่ 13 ซ.ที่ว่าการอำเภอ ต.แหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ  
[แผนที่]
แนว
:   สวนอาหาร
อาหาร :   ไทย
ค่าบาดเจ็บ (กระเป๋าตังค์) :  ประมาณ 100 บาท ต่อหัว
เวลาหิ้วท้องไปกิน :   10.30-20.00 น. ทุกวัน
พิกัดจีพีเอส :
13.565117, 100.548333
เบอร์ติดต่อ :  02-815 3219, 02-819 5541

ที่จอดรถ :  มี

 

บรรยากาศ :

บรรยากาศร้านเป็นศาลากลางน้ำ อากาศก็เลยเย็นสบายดี แต่ตอนหัวค่ำ อาจจะต้องขอยากันยุงมาจุดกันซักหน่อย บรรยากาศกันเอง พื้นที่เปิดโล่ง เหมาะกับมาทานกันทั้งครอบครัว 

 

 

เมนู : 

เมนูมาอย่างหนักเลย เป็นปกไม้ สงสัยกะใช้เป็นสิบ ๆ ปี เมนูข้างใน ก็บอกอาหารเยอะแยะมากมาย พร้อมราคา อาหารก็เป็นอาหารไทยล้วน ๆ

 

ชวนหิว :

เนื่องจากถ่ายจากกล้องมือถือ แล้วก็แสงไม่ค่อยพอ รูปเลยออกมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขออภัยนะครับ ไปทานนานแล้ว ดองไว้ไม่ได้อัพขึ้น blog เลยจำไม่ค่อยได้แล้วว่าแต่ละจานเป็นอะไรบ้าง จานไหนอร่อย แต่เท่าที่จำได้ เมนูที่ไม่น่าพลาดเลย คือส้มตำปูไข่ดอง อร่อยดีครับ รสชาติก็จัดจ้าน ปูไข่ดองก็สด เนื้อหวานดีเลย รสชาติอาหารก็ รสชาติดี จัดจ้านดีครับ มีบางเมนูบ้างที่ไม่ค่อยอร่อย แต่โดยรวมส่วนใหญ่ ก็รสจัดจ้าน และอร่อยใช้ได้เลย โดยเฉพาะพวกเมนูปูทั้งหลาย ปูหลนก็น่าจะอร่อย แต่ไปแล้วหมด เนื่องจากมีคนมาเหมาไปตั้งแต่บ่าย ปูที่นี่สด ทั้งปูสด และปูดองเลยครับ ใครอยากทานอาหารนอกเมืองบ้าง ก็ลองแวะไปดูไม่ไกลจากกรุงเทพเลยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมนูน่าสน :

  • กุ้งอบเกลือ
  • ยำกระเทียมโทนไข่เยี่ยวม้า
  • ปูผัดพริกไทยดำ.
     

ไม่อิ่มไปอ่านต่อ :

  • เทศกาลกินปูดูทะเล ที่สมุทรปราการ [go]

 

เปิดซองลองชิม Calbee Bun Bun

posted on 26 Sep 2008 11:02 by stgizmo  in FoodsNDrinks

ขนม :  ถั่วลันเตาอบกรอบ คาลบี้ บันบัน
รส :
โนริวาซาบิ
ประเภท :  ขนมขบเคี้ยว
ประเทศที่ผลิต :  ไทย
ราคาซื้อมา : 
บาท
ซื้อมาจาก :
Gourmet Market
น้ำหนัก :  80 กรัม
เว็บผู้ผลิต :
http://www.calbee.co.th/

 

 คราวนี้ขอหยิบ ขนมอบกรอบเชื้อชาติญี่ปุ่น แต่ผลิตในไทย ของคาลบี้ มาเปิดซองลองชิมกัน เป็นถั่วลันเตาอบกรอบ ยี่ห้อ บันบัน อันนี้รสสาหร่ายวาซาบิ สไตล์ญี่ปุ่น แต่ก็มีรสอื่นอยู่หลายรสเหมือนกัน มีรสเทริยากิ, รสดั้งเดิม เห็นทางคาลบี้ทำอีกยี่ห้อหนึ่ง คล้ายอันนี้ผลิตที่เดียวกันนี่แหละ แต่เน้นขายต่างประเทศ ดูส่วนผสมแทบไม่ต่างกันเลย แต่ราคาแพงกว่ากันเห็น ๆ อย่าหลงไปซื้อมาเชียว 

 เป็นขนมขบเคี้ยว แนวเพื่อสุขภาพ เพราะถ้าเทียบกับทานมันฝรั่งเลย์ เนี่ย ก็ชนะขาด เพราะเลย์ให้โปรตีน 2 กรัม แต่นี่ใด้ 7 กรัมทีเดียว ส่วนที่เขาเน้นที่หน้าซองเลย ก็ไฟเบอร์สูง ก็เอาไปเลย ใยอาหาร 8 กรัม น้ำตาลก็ไม่เยอะ แล้วก็โซเดียมพอ ๆ กันกับมันฝรั่งเลย์เลย แต่ได้วิตามินบี แคลเซีย แล้วก็ธาตุเหล็กด้วยนะ 

 เขาทำตัวขนมออกมาให้คล้าย ถั่วลันเตาของจริงเลย แต่หน้าซอง จะดูเหมือนกว่า ขนมตัวจริง ออกแนวเป็นแท่งหงิก ๆ ซะมากกว่า สีสันก็ดูเขียวจากถั่วลันเตาดี สีดำๆ ก็เป็นสาหร่ายที่ผสมอยู่ 

 

ดูกันจะ ๆ ใกล้ ๆ รสชาติถือว่าใช้ได้ทีเดียวครับ กรอบดี ตัวขนมออกเบา ๆ เน้นกรุบกรอบ เคี้ยวแล้วได้รสถั่วดี แถมรสหวาน ๆ ตอนท้ายด้วย หอมกลิ่นสาหร่าย และรสแสบซ่าน ของวาซาบิ เป็นอะไรที่ลงตัวดี ทานอันนี้ ดีกว่าทานมันฝรั่งอบกรอบแน่ ๆ หรือใครอยากหาอะไร มาเคี้ยวเล่นใหม่ๆ  ก็ตัวนี้ก็น่าลอง รสชาติดี กรอบดีด้วย คุณค่าทางอาหารก็ถือว่าโอเคเลย ถ้าเทียบกับมันฝรั่ง

 

ส่วนประกอบ : 

 

 "เดี๋ยวนี้ มีขนมและเครื่องดื่มแปลกใหม่ น่าสนใจ ออกมามากมาย ทั้งของในประเทศเอง และของที่นำเข้ามา  บางทีแพคเกจทำมาน่ากิน แต่เปิดมา ไม่เหมือนในรูปซะงั้น หรือซื้อมาแล้วบางทีก็ไม่อร่อยอย่างที่คิด ซึ่งขนมและเครื่องดื่มบางอย่าง ก็ไม่ใช่ถูกๆ กิซโม เลยขออาสาหยิบขนมและเครื่องดื่มเหล่านี้ จากห้างต่าง ๆ มารีวิวให้ได้ดูกันว่า ข้างในขนมและเครื่องดื่มเหล่านั้น เป็นยังไงบ้าง เรามาดูกัน"    

เริ่มแล้ว หนังเทศกาล คนดูเงา เทศกาลมาช่วยแก้เลี่ยน แฮมเบอร์เกอร์ หนังสไตล์ฟาส์ฟู้ด จากฮอลีวู้ด กับ เทศกาลหนังบางกอกฟิล์ม 2008 แม้ตัวเทศกาลดูจะเงียบง่อยลงทุกปี ๆ ปีนี้แทบจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่จะฉาย ซักเท่าไหร่ ว่ามีหนังเรื่องไหนน่าสนบ้าง ดูจากนิตยสารหนัง ยังไม่ค่อยลงแนะนำหนังเลยด้วยซ้ำ ที่เห็นมีเอ็นเตอร์เทนอยู่เล่มเดียว จริงๆ แล้วหนังปีนี้ น่าจะดูง่ายกว่าหลาย ๆ ปี เพราะเป็นหนังมาจากประเทศเพื่อนบ้านเรา แถวนี้เป็นหลักเลย แถม มีซับไตเติลไทย เกือบทุกเรื่องด้วย กิซโม เลยรวบรวมข้อมูล หนังเด็ดน่าดู จากหลาย ๆ เซียนหนัง มาให้เป็นข้อมูลครับ

ข้อมูลภาพยนตร์ และตารางฉาย ดูได้ที่ http://www.bangkokfilm.org/
ราคาตั๋ว 100 บาท ซื้อเป็นแพ็ค 10 เรื่อง 900 บาท ฉายที่ SF World Central World Plaza

10 หนังแนะนำจาก มิสเตอร์ไบโอ [ http://bioscope.exteen.com/ ]


1. The Elite Squad
หนังบราซิล เจ้าของรางวัลหมีทองคำจากเทศกาลเบอร์ลินเมื่อต้นปี  ว่าด้วยอาชญากรรมกลางเมือง และตำรวจวัยชราที่ต้องการหาคนมารับหน้าที่แทน หนังน่าจะคล้ายๆ City of God

2. Now Showing
หนังฟิลิปปินส์ยาวเกือบ 280 นาที!! ติดตามการเปลี่ยนแปลงของหญิงสาวที่มีอาชีพขายหนังแ่ผ่น รายา มาร์ติน ผกก.หนังเรื่องนี้อายุแค่ 24 ปีเองนะ

3. Nanayo
หนังของ ผกก.หญิง นาโอมิ คาวาเสะ ว่าด้วยสาวญี่ปุ่นที่มาเมืองไทย (หนังถ่ายในบ้านเราจริงๆ) เป็นหนังปิดเทศกาล

4. OTTO; OR UP WITH DEAD PEOPLE
หนังซอมบี้แล้วยังไม่พอ ยังเป็นหนังซอมบี้เกย์เสียด้วย ใครชอบหนังแรงๆ ออกแนวเกรดบี ห้ามพลาด

5. Let the Right One In
เด็กชายได้เพื่อนใหม่เป็นสาวอายุ 12 แต่ว่าเธออาจจะเป็นผีดูดเลือด (!?)
 
6. Birdsong
หนังว่าด้วยการเดินทางตามหาคัมภีร์ไบเบิ้ล เพราะั้งั้นหนังก็เลย เดิน เดิน เดิน และ เดิน กันทั้งเรื่อง (ผู้ไม่ถูกกับหนังนิ่งช้า โปรดระวังตัว)

7. My Winnipeg
หนังประหลาดโลกของผกก. กาย แมดดิน เป็นหนังขาวดำ ใช้โครงสร้างของหนังเงียบ แล้วก็เล่าเกี่ยวกับครอบครัวของเขา ท่าทางจะเฮี้ยนมากทีเดียว

8. In the City of Sylvia
ชายหนุ่มตามหาหญิงสาวที่เขาเคยพบเมื่อปีก่อน แต่เธอจะใช่คนๆนั้นหรือเปล่า (หนังได้ฉายาว่า Before Sunrise ภาคหนังอาร์ต)

9. A Christmas Tale
ใครชอบหนังครอบครัว + หลากชีวิต + พูดกันเยอะๆ ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ที่ว่าด้วยครอบครัวใหญ่ที่แสนวุ่นวาย (แคทเธอรีน เดอเนิฟ เล่นด้วยจ้ะ / หนังยาว 150 นาที)

10. Citizen Juling
แค่โปสเตอร์ก็อธิบายทุกอย่่างแล้ว! (หนังยาว 222 นาที!!) 

##############

10 หนังบางกอกฟิล์ม  โดย พล พะยาบ คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์ 


ใน บรรดาหนังที่ฉายในเทศกาลปีนี้(ไม่รวมหนังไทยทั่วไป) มีอยู่ 10 เรื่อง ที่ผู้เขียนเคยชมแล้ว จึงขอเขียนถึงสั้นๆ พร้อมกับจัดระดับความน่าดูของหนังแต่ละเรื่อง โดยไม่ได้พิจารณาจากความดีงามอย่างเดียว แต่จะดูด้วยว่าโอกาสในการหาชมหนังเรื่องนั้นๆ นอกเทศกาลมีมาก-น้อยแค่ไหน (ด้านล่างชื่อหนังคือ ประเทศ/ชื่อผู้กำกับฯ/ปีที่ออกฉาย)

  • The Photograph อินโดนีเซีย/นาน ทริเวนี อาคนาส/2007

สาว คาราโอเกะถูกรุมข่มขืน-ทำร้ายร่างกายได้รับความช่วยเหลือจากชายชราช่างถ่าย ภาพ เธอจึงช่วยงานเขาเป็นการตอบแทน นานวันหญิงสาวกับชายชราจึงคุ้นเคยกันมากขึ้น กระทั่งเขาล้มป่วยลงพร้อมกับเรื่องราวครั้งเก่าที่เก็บงำไว้ในภาพถ่ายค่อยๆ เผยตัวออกมา หนังละเมียดละไมและมีบทสรุปที่น่าจดจำ โดดเด่นด้วยฉากหลังซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนเก่าแก่ เสียดายที่เนื้อหาเรื่องราวซึ่งค่อยๆ ดำเนินไปจนถึงช่วงสำคัญในตอนท้ายไม่กระทบความรู้สึกเท่าใดนัก

ระดับความน่าดูในเทศกาล : B+

  • The Elite Squad บราซิล/โฮเซ่ พาดิลญ่า/2007

หัว หน้าระดับปฏิบัติการของหน่วยตำรวจพิเศษในริโอ เดอ จาเนโร คิดจะวางมือจากงานเสี่ยงตายนี้ แต่เขาต้องเฟ้นหาตัวแทนให้ได้เสียก่อน ท่ามกลางปัญหารุมเร้าทั้งความเน่าเฟะในกรมตำรวจ และอันตรายแสนสาหัสจากงานปราบแก๊งค้ายาในเขตชุมชนแออัด หนัง มีดีกรีความเข้มข้นสูงสุด สมจริงอย่างยิ่งด้วยการถ่ายทำแบบหนังสารคดี ผลงานสุดท้าทายของ "บิ๊กเนม" คนใหม่แห่งวงการหนังบราซิล เครดิตสูงสุดคือรางวัลหมีทองจากเทศกาลหนังเบอร์ลิน (อ่านบทวิจารณ์เรื่องนี้ได้ในฉบับวันที่ 6 และ 13 กรกฎาคม 2551)

ระดับความน่าดูในเทศกาล : A+

  • Quiet Chaos อิตาลี/อันโตนีโอ ลุยจิ กริมาลดี/2008

หนุ่ม ใหญ่ฐานะดีสูญเสียภรรยาด้วยเหตุไม่คาดคิด วันหนึ่งหลังจากส่งลูกสาวตัวน้อยเข้าเรียนแล้ว เขาตัดสินใจจะใช้เวลาตลอดกลางวันทุกวันเตร็ดเตร่อยู่บริเวณหน้าโรงเรียน เพื่อรอรับลูก จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเขาและความคุ้นเคยของผู้คนละแวกนั้น หนังดราม่าว่าด้วยห้วงเวลาสูญเสียแต่ให้อารมณ์อบอุ่นอ่อนโยน นำเสนอแง่งามที่ยังมองเห็นได้ในชีวิตที่ยังดำเนินไป

ระดับความน่าดูในเทศกาล : A

  • Katyn โปแลนด์ / อังเดรจ์ วาจดา / 2007

เหตุ โศกนาฏกรรมช็อคโลกก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารโซเวียตฆ่า-เผาชาวโปแลนด์กว่า 2 หมื่นศพ ในป่าคาทิน หนังเล่าถึงผู้คนทั้งที่เป็นเหยื่อและครอบครัวผู้สูญเสียโดยไม่ได้โฟกัสไป ที่ตัวละครใดเป็นหลัก แต่ย้ายเปลี่ยนเรื่องราวไปมา แต่ละตัวละครเชื่อมเกี่ยวกันแบบหลวมๆ ก่อนจะเปิดเผยเหตุการณ์โหดร้ายตอนท้ายเรื่อง นี่คือโอกาสที่จะได้ชม ผลงานของ อังเดรจ์ วาจดา ผู้กำกับชั้นครูวัย 80 ปี ซึ่งทำหนังประวัติศาสตร์สงครามเรื่องเยี่ยมมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง

ระดับความน่าดูในเทศกาล : A+

  • You, the Living สวีเดน/รอย แอนเดอร์สัน/2007

หลาก ชีวิตหมองหม่นในโลกหม่นมัว หนังไร้พล็อตอารมณ์ขันขื่นของผู้กำกับฯเรื่อง Songs from the Second Floor (2000) ซึ่งเคยเข้าฉายในไทย เล่าถึงผู้คนนับสิบที่จ่อมจมอยู่กับชีวิตซังกะตาย ซ้ำซาก สิ้นหวัง เศร้าเสียใจ ผ่านองค์ประกอบภาพแห้งแล้งแข็งกระด้าง

ระดับความน่าดูในเทศกาล : A

  • The Last Mistress ฝรั่งเศส / แคทเธอลีน เบรลญาต์ / 2007

เรื่อง ราวของชนชั้นสูงแห่งฝรั่งเศส ชายหนุ่มผู้มีประวัติโลดโผนและมีหญิงสาวนางหนึ่งเป็นชู้รักนานถึง 10 ปี กำลังจะแต่งงานกับคนที่เขารัก แต่เขาจะตัดชู้รักคนสนิททิ้งไปจากชีวิตได้หรือ แคทเธอลีน เบรลญาต์ เจ้าของหนังฉาวเรื่อง Anatomy of Hell (2004) ที่เคยฉายในบางกอกฟิล์มหลายปีก่อนโดยตั๋วขายหมดอย่างรวดเร็ว กลับมาอีกครั้งแปลกไปจากเดิมเพราะทำเป็นหนังย้อนยุค และมีฉากเซ็กซ์น้อยกว่าเรื่องก่อนๆ การแสดงของ เอเชีย อาร์เจนโต้ คือไฮไลท์ของหนัง

ระดับความน่าดูในเทศกาล : B+

  • In the City of Sylvia สเปน/โฆเซ่ หลุยส์ กูริน/2007


หนุ่มนักท่องเที่ยวเดินตามหญิงสาวคนหนึ่งเพราะคิดว่าเธอคือ "ซิลเวีย" ที่เขาเคยรู้จักเมื่อ 6 ปีก่อน หนัง เหมือนไม่มีอะไรมากนัก ทั้งเรื่องราว ฉาก ตัวละคร แต่ส่วนที่โดดเด่นเป็นพิเศษคืองานด้านภาพ ทั้งการถ่ายภาพและองค์ประกอบภาพที่ให้สังเกตคิดตามได้มากมาย เหตุการณ์ส่วนใหญ่เล่าซ้ำไม่คืบหน้านานหลายนาที หนังจึงไม่เหมาะสำหรับคนเบื่อง่าย

ระดับความน่าดูในเทศกาล : A

  • มูอัลลัฟ (The Convert) ไทย/ภานุ อารี/2008

หนัง สารคดีติดตามความเป็นไปของหญิงสาวชาวพุทธที่ตัดสินใจแต่งงานกับหนุ่มมุสลิม ชาวสตูล เธอต้องเปลี่ยนแปลงและปรับตัวครั้งใหญ่ รวมถึงย้ายไปอยู่ที่บ้านเกิดของสามี ได้ดูสารคดีเรื่องนี้ตอนที่ยัง เป็นฉบับสั้น ความยาวไม่กี่นาที หนังมีประเด็นและเนื้อหาที่น่าสนใจมากจนตั้งใจไว้ว่าถ้าหนังฉบับสมบูรณ์ฉาย เมื่อไรจะต้องหาโอกาสดูให้ได้

ระดับความน่าดูในเทศกาล : A+

อีก 2 เรื่องที่ผู้เขียนเคยชมแล้วคือ Up the Yangtze และ Manufactured Landscapes ซึ่งเขียนถึงไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ทั้งสองเรื่อง...ระดับความน่าดูในเทศกาล : A

############## 

รายชื่อ 11 หนังเด่น หนังดัง Bangkok International Film Festival 2008
ไม่ได้คัดรายชื่อเองนะ เจ้าของงานส่งมาให้ ตั้งกระทู้ในพันทิป โดยคุณ วันที่หัวใจเคลื่อนไหว

  • 24 CITY  [Ershisi Cheng Ji]
    Category : World Cinema Section
    Country : China
    Director: Jia Zhangke

ใน ปี 1958  โรงงานสร้างเครื่องบินและผลิตอาวุธถูกย้ายจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ไปอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์เพื่อให้อยู่ในที่ห่างไกลและปลอดภัย โรงงานนี้มีรหัสเรียกว่า โรงงาน 420

ในปี 2008 โรงงาน 420 ถูกย้ายอีกครั้งหนึ่ง  เพราะที่ตั้งของโรงงานอยู่ใจกลางเมืองเฉิงตู  กลายเป็นที่มีราคาสำหรับแผนการพัฒนา  มีการก่อสร้างโรงแรมหรูหรา ที่อยู่อาศัยชั้นเยี่ยม ศูนย์การค้าที่ทันสมัย ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ภายใต้ชื่อโครงการ 24 เมืองใหญ่   ดังนั้นโรงงานเก่าจึงถูกทำลายเพื่อให้พื้นที่แก่โครงการนี้

จากปากคำ ส่วนตัวของคน 8 คน   เล่าถึงประวัติของโรงงานและชะตาชีวิตของคนงาน    ให้ความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงในประเทศจีนจากวิสาหกิจที่ครอบครองโดยรัฐมา เป็นของเอกชน    และผลลัพธ์มีต่อสถานะของคนงาน  หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป  จากการรับเอาระบบแข่งขันทางตลาด  โรงงานแบบเก่า - เช่นเดียวกับระบบสังคมนิยมของจีน - ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว

24 City ได้รับเลือกเข้าสู่สายประกวด Cannes Film Festival ปี 2008

  • A CHRISTMAS TALE [Un conte de Noël]

Category : World Cinema
Country : France
Director: Arnaud Desplechin

A Christmas Tale เป็นเรื่องราวของคนในครอบครัว 3 ช่วงอายุ    ที่เกี่ยวพันกันเพราะความรู้สึกที่ซ่อนเงื่อนทั้งฉันพี่น้องและชู้สาว    มีปัญหาของโรคร้ายที่ถ่ายทอดกันทางพันธุกรรมที่คนในครอบครัวต้องเผชิญและ ต้องช่วยกันต่อสู้กับโรคร้ายนี้     เอเบลและจูนัน มีลูก 4 คน   โยเซฟลูกคนโตตายเมื่ออายุเพียง 7ขวบเพราะโรคมะเร็งในเม็ดเลือด   อลิซาเบทลูกสาวที่เป็นนักเขียนบทละครมีปัญหาอย่างรุนแรงกับน้องชาย   เฮนรี่ลูกชายที่เกิดมาเพื่อความหวังของพ่อแม่ที่จะหาทางรักษาโรคร้ายของลูก คนแรกแต่ก็เป็นไปไม่ได้   เขาเคยเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่กลับล้มละลายในภายหลัง       อีวานลูกชายคนเล็กผู้ทำให้ครอบครัวคืนจากการสูญเสียลูกคนแรกแต่เมื่อมามี ครอบครัวของตัวเอง เขากลายเป็นพ่อสติแตก  เหตุการณ์มาขมวดในช่วงคริสต์มาสเมื่อพวกเขามารวมกันที่บ้านของเอเบลและจู นัน   จูนันพบว่าเธอกำลังถูกคุกคามด้วยมะเร็งในเม็ดเลือดเช่นเดียวกับลูกคนแรกของ เธอ  แต่เธอมีพอลลูกชายของอลิซาเบทพร้อมที่จะให้ไขกระดูกสันหลังของเขาเพื่อช่วย ชีวิตยาย  ปัญหาอยู่ที่พ่อของพอลอาจจะไม่ความยินยอม        อลิซาเบทกับเฮนรี่ที่กลับมาจากการหายตัวไป ต้องเผชิญหน้ากัน    ซิลเวียภรรยาของอีวานได้รับรู้ว่าไซมอนหลานที่จูนันรับเป็นลูก   แอบหลงรักเธอมานานหลายปี      ทุกคนจะแก้ปัญหากันอย่างไร?    

A Christmas Tale ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Golden Palm จาก Cannes Film Festival ปี 2008

  • BE LIKE OTHERS

Category : Documentary
Country : Canada / Iran / UK / USA
Director: Tanaz Eshaghian

ใน อิหร่าน  ประเทศซึ่งเคร่งครัดในประเพณีวัฒนธรรม  การผ่าตัดเปลี่ยนเพศเป็นเรื่องถูกกฎหมาย แต่รักร่วมเพศยังมีความผิดโทษถึงตาย  หนุ่มๆ รุ่นใหม่ที่มีใจเป็นหญิงและรักเพศเดียวกัน ต้องซ่อนเร้นตัวตนเพราะกลัวความผิด  เพื่อชีวิตที่ดีชี้น  พวกเขาตัดสินใจพากันไปหา บาราม เมียร์ ยาลาลิ  หมอผ่าตัดแปลงเพศมือหนึ่งของประเทศ และรับคำแนะนำรวมทั้งคำเตือนถึงอันตรายที่รออยู่จากวีด้า สาวที่ผ่านการผ่าตัดแล้ว    ทานาส  เอสชาเกียน ผู้กำกับภาพยนตร์สายเลือดอิหร่านอเมริกันติดตามคนหนุ่มเหล่านี้   ตั้งแต่พวกเขาเริ่มไตร่ตรองและตระเตรียมการเปลี่ยนเพศ จนถึงเมี่อเข้าและออกจากห้องผ่าตัด     สะท้อนภาพชีวิตชาวอิหร่านผู้แสวงหาการยอมรับของสังคม  แม้จะด้วยวิถีทางที่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคนแบบสุดๆ

Be Like Others ได้รับรางวัล Amnesty International Film Prize - Special Mention จาก Berlin International Film Festival ปี 2008 และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Grand Jury Prize World Cinema - Documentary จาก Sundance Film Festival
ในปีเดียวกัน

  • BIRDSONG  [El cant dels ocells]

Category : World Cinema
Country : Spain
Director: Albert Serra Juanola

จาก พระคำภีร์  และคำประพันธ์ของ Pablo Casals คีตกวีและนักเชลโลผู้ยิ่งใหญ่ชาวสเปน  Birdsong เป็นเรื่องของปราขญ์ 3 คนที่เดินทางรอนแรม ผ่านทะเลน้ำแข็งและทะเลทราย  เพื่อค้นหาพระเยซู บุตรแห่งพระเจ้าที่เพิ่งประสูติ  ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเลือกเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2008 ในสาย Director’s Fortnight  ความสำเร็จก่อนหน้านี้ของผู้กำกับ Albert  Serra  Juanola คือ Honor de Cavalleria  ภาพยนตร์ดัดแปลงจาก Don Quixote  ซึ่งได้รับรางวัลจากเทศกาลหนังนานาชาติหลายแห่ง ในปี 2006

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งส่วนสีและขาวดำ  และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายภาพ landscape ได้สวยงามมาก 

  • KATYN

Category : World Cinema
Country : Poland
Director: Andrzej Wajda

กันยายน 1932  ช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2   นาซีเยอรมันบุกเข้าโปแลนด์   กองทัพแดงโดยคำสั่งของสตาลินก็บุกเข้าโปแลนด์เช่นกัน  เป็นผลให้ทหารโปแลนด์ทั้งหมดถูกกักกันตัวโดยฝ่ายโซเวียต  แอนนา ภรรยาของร้อยเอก ยูลาน  เฝ้าคอยการกลับมาของสามี   เธอไม่ยอมรับความจริงว่าเขาถูกฆาตกรรมโดยทหารรัสเซีย  แม้จะได้รับหลักฐานยืนยัน   จากการที่ทหารเยอรมันพบที่ฝังรวมศพทหารโปแลนด์ในป่าเคทิน  แอนนิสกา น้องสาวของนักบินโปแลนด์ซึ่งประสบชะตาเดียวกันกับทหารอื่นๆ ต้องหัวใจสลาย  เจอร์ซี เพื่อนของยูลาน  ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งในกองทัพประชาชนโปแลนด์ เป็นคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้   อะไรจะเกิดขึ้นกับหญิงที่ระหว่างสงครามเฝ้ารอผู้เป็นที่รัก  และหลังสงครามอยู่ภายใต้สหภาพโซเวียต  บ้านเกิดเมืองนอนและอิสรภาพจะยังมีความหมายเช่นเดิมหรือไม่  สำหรับคนที่ได้ยอมรับระบบใหม่ไปแล้ว

Andrzej Wajda ผู้กำกับชั้นนำของโปแลนด์ เคยได้รับรางวัลสำคัญมามากมาย  รวมทั้ง       ออสการ์ Lifetime Achievement Award ปี 2000  เขามีความผูกพันกับกรณีสังหารหมู่เคทิน  เพราะร้อยเอก Jakub Wajda พ่อของเขาเป็นหนึ่งในทหารชาวโปลที่หายสาบสูญไปในครั้งนั้น 

  • LET THE RIGHT ONE IN 

Category : World Cinema
Country : Sweden
Director: Tomas Alfredson 

ออสการ์ เด็กชาย 12 ขวบที่อ่อนแอ  ถูกเพื่อนร่วมชั้นเกเรรังแกบ่อยๆ ก็ไม่เคยสู้  ความฝันที่จะมีเพื่อนบ้างดูจะเป็นจริงเมื่อ อีลาย เด็กหญิงวัยเดียวกันย้ายมาอยู่ข้างบ้าน   เธอชอบออกมาออกบ้านในเวลากลางคืนโดยไม่กลัวความหนาวเยือกของอากาศ    แต่พร้อมกับการมาของเธอ  ผู้คนหายตัวไปอย่างลึกลับและมีการฆาตกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ไม่ช้าออสการ์ผู้หลงใหลเรื่องสยองขวัญก็ปะติดปะต่อได้ว่าอีลายเป็นผีดิบ  มาถึงตอนนี้ความเสน่หาลึกซึ้งเบิกบานขึ้นเสียแล้ว  อีลายช่วยให้ออสการ์มีพลังสู้กับคนรังแกเขา  แม้ออสการ์จะตระหนักถึงด้านมืดของเธอ แต่ก็ไม่สามารถตัดใจ  อีลายผู้ถูกกักชั่วนิรันดร์อยู่ในร่างของเด็ก 12 ขวบกับความรู้สึกที่รุมเร้าและอารมณ์ที่สับสนของสาวเริ่มรุ่นเองก็รู้ว่า  เธอจะอยู่รอดได้ด้วยการจากไปตามทางของตัวเอง  แต่เมื่อออสการ์ตกอยู่ภาวะลำบาก  อีลายก็ต้องกลับมาช่วยด้วยวิถีทางเดียวที่เธอทำได้

Let the Right One In เป็นนิยายที่ได้รับความนิยมสูง  และเมื่อผลิตเป็นภาพยนตร์ก็ได้รับคำชมว่าถ่ายทอดบรรยากาศพิเศษตามท้อง เรื่องได้ดี  ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ในปี 2008 หลายรางวัล  อาทิ รางวัล Best Narrative Feature จาก TRIBECA International Film Festival, รางวัล  Best European Fantasy Feature จาก Neuchatel International Film Festival และรางวัล Metro Critics จาก Natfilm Festival Copenhagen

  • LORNA’S SILENCE [Le Silence de Lorna]

Category : World Cinema
Country : France / Belgium / Italy
Directors: Jean-Pierre and Luc Dardenne

ชะตา ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งผูกติดกับความรักและกฎของโลกอาชญากรรม    ลอร์น่า หญิงอัลบาเนียน สมรู้ร่วมคิดกับแผนการชั่วร้ายของอาชญากร ฟาบิโอ    เขาจัดการให้ลอร์น่าแต่งงานหลอกๆ กับ คลอดี้ เพื่อให้เธอได้รับสัญชาติเบลเยี่ยม    แล้วให้เธอแต่งงานกับเจ้าพ่อรัสเซียผู้ยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้ สิทธิเช่นเดียวกับลอร์น่า   แต่การแต่งงานครั้งที่สองนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ฟาบิโอฆ่าคลอดี้เสียก่อน  แล้วลอร์น่าจะปิดปากเงียบได้หรือไม่

Lorna’s Silence ได้รับรางวัล Best Screenplay และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล Golden Palm จาก Cannes Film Festival ปี 2008

  • MY WINNIPEG

Category : World Cinema
Country : Canada
Director: Guy Maddin

My Winnipeg ภาพยนตร์แนวดอกคิวแฟนตาซี นำเสนอเรื่องราวผ่านจดหมายที่บันทึกเรื่องราวบ้านเกิดอันเป็นที่รักของ Guy Maddin ผู้กำกับช่างจินตนาการชาวแคนาดา เกี่ยวกับบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองวินนิเพก เหตุการณ์ที่เหนือธรรมชาติ และเรื่องราวส่วนตัวที่เกิดขึ้น ผู้กำกับเล่าเรื่องด้วยภาพถึงอนุเสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์หลายแห่งที่อยู่ใน เมืองมากมาย เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการประท้วงของชาวเมือง และความพ่ายแพ้ของทีมไอซ์ฮอกกี้ของชาวเมืองวินนิเพก นอกจากนี้ยังเล่าถึงโศกนาฎกรรมในสนามม้าที่ม้าหลายตัวเจออากาศที่แสนหนาว เหน็บ ช่วงสุดท้ายของภาพยนตร์ ผู้กำกับเล่าว่าได้รับแรงบันดาลใจจากผู้กำกับ William Castle เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่สร้างความบอบช้ำทางจิตใจในวัยเด็กของเขา และสิ่งที่หล่อหลอมความคิดของเขาที่มีต่อชาวเมืองวินนิเพก

Guy Maddin เป็นศิลปินภาพยนตร์แนวทดลองชาวแคนาดา  จุดเด่นคือการสร้างสรรค์ภาพที่รับอิทธิพลจากภาพยนตร์เงียบและภาพยนตร์เสียง ยุคต้น  มีผลงานภาพยนตร์ทั้งขนาดสั้นและขนาดยาวมากมาย นับแต่ปี 1986  รวมทั้ง Brand Upon the Brain! [2006] ภาพยนตร์เงียบที่มีการแสดงสด     ของวงออร์เคสตร้าเป็นองค์ประกอบสำคัญ  และ Dracula – Pages from a Virgin’s Diary ภาพยนตร์โทรทัศน์การแสดงบัลเลต์ที่ได้รับรางวัล International Emmy สำหรับ Best Performing Arts Program ในปี 2002   Maddin ได้รับรางวัล Persistence of Vision Award  เป็นรางวัลเกียรติยศ [Lifetime Achievement] จาก San Francisco International Film Festival ในปี 2006  ในฐานะชาวเมือง Winnipeg โดยกำเนิด  My Winnipeg เป็นเรื่องเกี่ยวกับบ้านเกิดของเขา  ผสมผสานมนต์ขลัง  ความคิดแปลกๆ  และอารมณ์เมโลดราม่า  โดยสลับภาพฟุตเตจเก่าๆ กับภาพอะนิเมชั่นจับตา My Winnipeg ได้รับรางวัล Best Canadian Feature Film ในปี 2007

  • THE BETRAYAL [Nerakhoon]

Category : Documentary Section
Country : US / Laos
Director: Ellen Kuras and Thavisouk Phrasavath

เรื่อง ราวการเดินทางผจญภัยอย่างยาวนานของครอบครัวหนึ่งจากลาวไปสู่นิวยอร์ก  โดยครอบคลุมช่วงเวลาถึง 23 ปี   ทวีสุขเล่าเรื่องของเขา  จากเด็กที่รอดชีวิตจากเวียดนามมาถึงเมื่อเป็นหนุ่มที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับ ความยากแค้นในการย้ายที่ถิ่นฐาน  ประสบการณ์ร่วมกับแม่ของเขาในช่วงสงคราม   ภาพยนตร์ที่ตื่นตาตื่นใจและตรึงผู้ชมของผู้กำกับภาพชื่อดัง Ellen Kuras ให้ภาพเปี่ยมพลังของการถูกเนรเทศ  ผลพวงของสงคราม  และสายสัมพันธ์ในครอบครัวอบครัว   การเดินทางของทวีสุข เตือนเราให้ตระหนักถึงพลังที่จำเป็นต่อการอยู่รอด  และศักยภาพในความเป็นมนุษย์ที่จะปรับตัว  สร้างขึ้นใหม่  และให้อภัย Thavisouk Phrasavath เป็นลูกทหารลาวที่ทำงานให้ซีไอเอในช่วงสงครามเวียดนาม หลังสงคราม พ่อของทวีสุขกลายเป็นศัตรูของรัฐ  และถูกส่งเข้าแคมป์ปฏิรูปความคิด ทวีสุขในวัย 12 ถูกจับหลายครั้ง  ในที่สุดตัดสินใจว่ายข้ามแม่น้ำโขงสู่ประเทศไทย  ที่ซึ่งเขาได้พบแม่และพี่น้องในอีก 2 ปีต่อมา  เขาและ Ellen Kuras ได้พบและกลายเป็นเพื่อนกันในปี 1985

  • SLINGSHOT  [Tirador]

Category : Southeast Asian Panorama Section
Country : Philippines
Director: Brillante Mendoza 

การ เลือกตั้งทั่วไปกำลังจะมีขึ้น   แต่อนาคตจะเป็นอย่างไรบ้างสำหรับเหล่า Tirador – คำพื้นถิ่นที่ใช้เรียกพวกลักเล็กขโมยน้อย  พวกเขาอาศัยอยู่ในอาคารเก่าทรุดโทรมในสลัมของ Quiapo ย่านธุรกิจวุ่นวายในมะนิลาและแหล่งทำมาหากินของพวกเขา

ออลดี้  เจริญรอยตามพ่อด้วยการขโมยสายไฟและวิ่งราว  คาลอยอยากจะมีอาชีพสุจริตแต่ถูกผลักให้ไปในทางตรงกันข้าม  ทั้งจากพ่อจริงที่ไม่เอาไหนและพ่อเลี้ยงที่เอาแต่สร้างความกดดัน    เร็กซ์พ่อใหม่วัยหนุ่มต้องเลือกอยู่ตลอดเวลาระหว่างเอาเงินไปซื้อนมให้ลูก กับมาสนองความต้องการของตัวเองที่ติดยางอมแงม วันเลือกตั้งใกล้เข้ามา นักการเมืองวุ่นกับการหาเสียงและซื้อเสียงจากชาวสลัม   สิ่งที่พวกเขานำเสนอต่อสาธารณะชนไม่พ้นคำสัญญาว่าจะให้ชีวิตที่ดีขี้นแก่ชาว ฟิลิปปินส์

Slingshot ได้รับรางวัล Special Jury [Official Competition] จาก Marrakech International Film Festival ปี 2007 และ Caligari Prize จาก Berlin International Film Festival ปี 2008

  • UP THE YANGTZE

Category : Documentary
Country : Canada
Director: Yung Chang

เรือ หรูหราแล่นสำรวจมาตามลำน้ำแยงซี   ลำน้ำตำนานที่เรียกกันโดยทั่วไปในจีนอย่างง่ายๆ ว่า  “แม่น้ำ”  ให้เห็นแม่น้ำเป็นอย่างนี้ก่อนที่จะไม่ได้เห็นอีก  แม่น้ำแยงซีกำลังจะถูกเปลี่ยนโฉมไป  หลังการสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์  ที่ริมแม่น้ำสาวน้อยนางหนึ่งกำลังอำลาครอบครัวของเธอ ในขณะที่น้ำท่วมใกล้เข้ามาถีงบ้านนาของพวกเขาแล้ว  เขื่อนที่เกิดจากทางน้ำในภูเขา 3 แห่งมารวมกัน  สัญญลักษณ์ของเศรษฐกิจจีนที่น่าอัศจรรย์   เป็นฉากหลังยิ่งใหญ่ของสารคดีว่าด้วยชีวิตภายใต้ความฝันแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน  Yung Chang ผู้สร้างภาพยนต์เลือดผสมจีนแคนนาดา  เก็บภาพชีวิตชาวนาที่น่าจับใจ  เป็นการเล่าถึงปัจจุบันอย่างมีพลัง  พร้อมทั้งขยับเงาอนาคตที่รอคอยอยู่ข้างหน้าให้ได้เห็น

Up the Yangtze ได้รับรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์มากมาย  อาทิ  รางวัล            Best Canadian Documentary จาก Vancouver International Film Festival ปี 2007, รางวัล Golden Gate Award Documentary Feature จาก San Francisco International Film Festival ปี 2008 

#############

รีวิวหนังเทศกาล โดยคุณ merveillesxx คัดลอกจากพันทิป

รู้สึกดีว่าปีนี้มีซับไทยเกือบทุกเรื่อง เพราะทำให้เราดูหนังพูดอังกฤษอย่าง Vicky Cristina Barcelona, My Winnipeg ได้อย่างราบรื่น (รวมถึง The Last Mistress ด้วย เพราะซับอังกฤษของเรื่องนี้ก็มีคำแปลกๆ มาอยู่เรื่อย)


1. Vicky Cristina Barcelona (2008, Woody Allen, A)

เป็น หนังดูเพลินๆ กุ๊กกิ๊ก น่ารักดี  เหมาะเป็นหนังเปิดเทศกาล อาจจะเพราะเราชอบสการ์เล็ต โจฮันสัน อยู่แล้ว การดูได้เธอบนจอใหญ่ๆ เลยถือเป็นความสุขมาก / ชอบทัศนคติของหนังที่มีต่อเรื่อง polygamy / ชอบตัวละครของโจฮันสัน ที่ดูแร่ด แต่ก็มีความเป้นปัญญาชน (ผู้หญิงแบบนี้ควรจีบเป็นแฟน แต่ก็อันตรายมากๆ) / ชอบละครของ แพทริเีซีย คาร์กสัน มากๆ ตอนที่เธอพูดเรื่องความแตกต่างระหว่าง love กับ in love

สรุป: ชอบหนังปัญญาชน, บทสนทนาฉลาดๆ, ความสัมพันธ์ล้ำลึกหลายผัวหลายเมีย, หนังแบบไม่ตัดสินตัวละคร, ผู้หญิงสวยๆ - - ต้องดู!!


2. My Winnipeg (2007, Guy Maddin, B+)

ถ้า ไม่มีซับไทยคงหลับ หรือยอมแพ้แน่ๆ ชอบไอเดียและโครงสร้่างประหลาดๆ ของหนังที่เล่าเรื่องเหมือนกระแสสำนึกอะไรเทือกนั้น แต่ไม่ค่อยอินกับหนังเท่าไร เพราะไม่มีความผูกพันอะไรกับผู้กำกับ หรือสถานที่นั้นๆ แต่ชอบประโยคนึงที่แมดดินพูดว่า "เวลาคุณคิดถึงที่แห่งไหนมากๆ เวลาคุณมองรูปของมัน คุณจะมองฉากหลังมากกว่าตัวคนในรูปเสียอีก"

สรุป : เหมาะกับชอบหนังเซอร์ๆ และไม่มีปัญหากับการดูหนังไม่รู้เรื่อง


3. Parking (2008, Chung Mong-Hong, B)

ดู เรื่องนี้เพราะว่า จางเจิ้น เล่นอย่างเดียวเลย คือหนังมันเซอร์ดีที่เล่าเรื่องของตัวละครนู้นนี้ไปเรื่อย แต่เรารู้สึกว่ามันฝืนเกินไปในการขยายวงเล่าเรื่อง หรือสร้างคอนเน็คชั่นระหว่างตัวละคร แล้วก็จะรู้สึกขัดใจกับตัวละครของจางเจิ้นต้อง "แส่" เรื่องชาวบ้านไปทั่ว ยิ่งตอนท้ายๆ ที่เป็นพล็อตเกี่ยวกับเด็ผู้หญิงนี่รับไม่ได้อย่างแรง จะโชว์พาวไปไหน?  

สรุป : ถึงคุณจะชอบจางเจิ้นแค่ไหน ก็อาจไม่่ช่วยอะไร เพราะเรื่องนี้เค้าไม่หล่อเท่าไร / แต่ใครชอบหนังแบบหลายชีวิตก็ดูได้นะ


4. The Last Mistress (2007, Catherine Breillat, A-)

ไม่ ตื่นเต้นเ่ท่างานก่อนๆ แต่ก็เป็นหนังดีเรื่องหนึ่ง ชอบการแสดงของ เอเชีย อาร์เจนโต้ มาก หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเธอจริงๆ ชอบแววตาของเธอมาก มันสะกดคนดูได้เอาอยู่มากๆ ปกติกล้องมักจับที่ ญ เพื่อถ่ายทอดความงาม ความเซ็กซี่ แต่เรื่องนี้คือการถ่ายทอดความชั่วร้าย / จริงๆ แล้วเรื่องนี้เหมือนขยายภาคตัวละครของอาร์เจนโต้ในเรื่อง Marie Antoinette แต่รู้สึกว่าจะเป็นคนละยุคกัน  

สรุป : ไม่ได้แรงอะไรมากมายเรื่องโป๊ แต่อาร์เจนโต้ชนะขาด หน้าเธอคือ สงครามโลก! ใครชอบ ญ แรง ห้ามพลาดดดดด

รีวิวโดยคุณ  pooh จากพันทิป

5 Alice in the Land 
หนังชิลีที่สร้างจากเรื่องจริง  เหตุการณ์จริง  ใช้ตัวจริงมาแสดงเป็นเด็กหญิงที่เดินเท้าตามเส้นทางโบราณ 180 กม.เพื่อไปหางานทำต่างถิ่น     หนังเรียบๆเรื่อยๆ  ตอนจบผกก.บอกขอบคุณที่ไม่หลับกัน

คาดไว้ว่าภาพน่าจะสวย แต่จริงๆก็ไม่เท่าไหร่    แต่ก็มีคนชมภาพสวย...ปากหวานกันจัง

6 Serbis  หรือ  Cenema Paradiso ฉบับ darkside
หนังอื้อฉาวจากฟิลิปินส์  คนดูเต็มโรงเลย  ใครหน้าอ่อนๆหรือแต่งชุดนศ.โดนตรวจบัตรประชาชนก่อนเข้าด้วย  โชคดีไม่กำหนดเพดานอายุสูงสุดที่อนุญาตให้ชม  ไม่งั้นอดดู

ปกติเป็น คนชอบหนังย่านอาเซียนเป็นพิเศษ  แต่ฟิลิปินส์ไม่ค่อยถือว่ามันเป็นพวกเดียวกันซักเท่าไหร่  ทั้งพื้นฐานทางศาสนา  การเป็นเมืองขึ้นยาวนานจนวัฒนธรรมร่วมน่าจะหายไปหมดแล้ว   แต่เรื่องนี้ทำให้รู้เลยว่าเข้าใจผิดมาตลอด เหตุการณ์ในโรงชั้นสอง ปห่งหนึ่งที่ฉายหนังโป๊เพื่อความอยู่รอด  เหมือนในเมืองไทยเปี๊ยบ   ผกก.บอกว่าสร้างโครงเรื่องจากโรงหนังที่มีจริงๆ  แต่แต่งเรื่องราวขึ้น ด้วย ความคิดแบบตะวันออก  เมื่อฉายหนังกามราคะทั้งวัน   ครอบครัวจึงต้องผจญกับกลิ่นคาวกาม หนังเลยออกมาอื้อฉาว  แต่ก็ต้องถือว่าทำออกมาได้มีเหตุมีผล  ไม่ได้ยัดเยียด     เรื่องนี้แนะนำอย่างแรงสำหรับคนชอบดราม่า

###########
จากกระทู้ คุยเรื่อง บางกอก ฟิล์ม เฟสติวัล  โดย คุณ vespertine ที่บอร์ดไบโอสโคป
ที่บล็อคกลแสงของฟิล์มไวรัส เพิ่งมีการให้นักวิจารและอื่นๆ มาแนะนำหนังในบางกอกฟิล์ม

http://atrickofthelight.wordpress.com/

  • กัลปพฤกษ์ เลือก QUIET CHAOS
  • กัลปพฤกษ์ เลือก MY WINNIPEG
  • กัลปพฤกษ์ เลือก PAPER CANNOT WRAP UP EMBER
  • นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์  เลือก You The Living
  • นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์  เลือก MANUFACTURED LANDSCAPES
  • ฟิล์มซิก เลือก HISTERIA
  • ฟิล์มซิก เลือก 24 CITY
  • ฟิล์มซิก เลือก NOW SHOWING
  • ไกรวุฒิ เลือก Summer Hours
  • ฟิล์มซิกและไกรวุฒิ แทกทีมเลือก In the City of Sylvia

เพิ่มเติม รีวิวใหม่ ๆ ได้ที่ http://www.bioscopemagazine.com/smf/index.php?topic=1462.0

ขอให้สนุกกับ เทศกาลหนังแก้เลี่ยนนะครับ