ใครได้ไปเดินทางไป ต่างประเทศ น่าจะเคยรูดปื๊ดดดดดด ผ่านบัตรเครดิต กันมาบ้าง เพราะมันทั้งสะดวก และรวดเร็ว ไปที่ไหนก็ใช้ได้ ไม่ต้องพกเงินสดไปเยอะ ต้องมาพะวงอีก แต่พอมีใบการเรียกเก็บเงิน ลองเช็คดู อัตราแลกเปลี่ยนที่คำนวนไว้ตอนวันที่ซื้อ ไหงไม่ตรงกับใบที่เรียกเก็บมา  หลายคนคงสงสัย ว่าทางบัตรเครดิตเขาชาร์ตเงินเราเพิ่มหรือเปล่า แล้วคิดชาร์ตเพิ่มเท่าไหร่กันนะ แต่ก็ไม่รู้จะเอาคำตอบจากไหน กิซโมมีคำตอบให้ครับ

เมื่อเราไปใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ทางธนาคารผู้ออกบัตร (issuer) เช่นบัตร KTC, บัตรเครดิต HSBC, บัตรเครดิตซิติแบงค์ จะอิงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินกลางของทางผู้ให้บริการบัตร อย่างเช่น วีซ่า (visa) หรือ มาสเตอร์การ์ด (master card) ในคราวนี้ ขอยกตัวอย่างของวีซ่า ก็แล้วกันเพราะว่ามีข้อมูลอ้างอิง อัตราคาแลกเปลี่ยนกลางนี้ ทางวีซ่า ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน โดยอิงจาก wholesale currency market อีกที ซึ่งสามารถเช็คได้ผ่านเว็บ โดยทางวีซ่าจะมีการคิดเผื่อความเสี่ยงไว้แล้ว ซึ่งแปลว่าส่วนใหญ่จะแพงกว่า แลกเปลี่ยนด้วยเงินสด เล็กน้อย

ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนกลางนี้ ทางผู้ออกบัตรเครดิต จะคิดก็ต่อเมื่อได้รับข้อมูลจากทางร้านค้า ซึ่งก็แปลว่าธนาคารผู้ออกบัตรจะคิดอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จดบันทึก (posting date) ไม่ใช่วันที่เรารูด หรือทำรายการ (transaction date) เสร็จแล้วอันนี้แล้วแต่ผู้ออกบัตรเครดิต จะคิดอัตราค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกเท่าไหร่ (mark up) ซึ่งบางบัตรเครดิตเขาก็แจ้งให้ทราบชัดเจน เช่นบัตรของทาง KTC, SCB, HSBC ซึ่งบางธนาคารก็ไม่ได้แจ้งให้ทราบว่ามีการคิดค่าธรรมเนียมส่วนนี้ด้วย แม้จะมีการสอบถามแล้วก็ตาม บางทีก็อ้างไปว่า ทางวีซ่า หรือมาสเตอร์ คิดส่วนนี้เพิ่ม (มั่วไปเรื่อย ) ส่วนค่าธรรมเนียมนี้ ผู้ออกบัตรมักจะอ้างว่า เพื่อประกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นบางครั้งอาจจะน้อยกว่า 2.5 ก็ได้ แต่ไม่ควรจะเกิน 2.5%

แล้วทีนี้ก็ยังมีเรื่องของสกุลเงินด้วย ซึ่งบางผู้ออกบัตร เขาจะแปลงทุกสกุลเงินที่เรารูดบัตรไปเป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ก่อนทุกครั้งไป ค่อยแปลงมาเป็นสกุลเงินบาทอีกที อย่างเช่นเรารูดบัตรที่ยุโรป เป็นสกุลเงินยูโร (EUR) บางผู้ออกบัตร ก็จะแปลงอัตราเป็น USD ดอลลาร์ก่อน ซึ่งตอนนี้เราก็ชาร์ตอัตราแลกเปลี่ยนไปแล้ว 1 ต่อ แล้วค่อยแปลงเป็นสกุลเงินบาท (THB) ก็โดนอีก 1 ต่อ สรุปเราก็โดนไป 2 ต่อ

คราวนี้เรามาดูตัวอย่างกันนะครับ กิซโมได้ซื้อของผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ที่อเมริกา ด้วยบัตรเครดิต ของ 3 ธนาคารด้วยกัน เป็นบัตรวีซ่า ทั้งหมด มาดูกันครับว่า แต่ละธนาคารคิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม จากอัตรากลางของวีซ่าอีกคนละเท่าไหร่

บัตรเครดิตกสิกร
วันบันทึกรายการ 24 June 2008
อัตราแลกเปลี่ยนของวีซ่าคือ 1 USD =33.40 THB
ซื้อของไป 102.38 USD
ซึ่งคิดตามเกณฑ์วีซ่า จะเป็น 3419.492 บาท
ธนาคารเรียกเก็บ 3,481.61 บาท
สรุปทางธนาคารชาร์ตค่าธรรมเนียมไป เกือบ 2% (62.11 บาท)

บัตรเครดิตกรุงศรีจีอี
วันบันทึกรายการ 26 June 2008
อัตราแลกเปลี่ยนของวีซ่าคือ 1 USD =33.60 THB
ซื้อของไป 30.81 USD
ซึ่งคิดตามเกณฑ์วีซ่า จะเป็น 1,035.216 บาท
ธนาคารเรียกเก็บ 1,056.02 บาท
สรุปทางธนาคารชาร์ตค่าธรรมเนียมไปประมาณ 2.1% (20.80 บาท)

บัตรเครดิตกรุงไทย
วันบันทึกรายการ 30 June 2008
อัตราแลกเปลี่ยนของวีซ่าคือ 1 USD =33.60 THB
ซื้อของไป 44 USD
ซึ่งแปลงตามเกณฑ์วีซ่า จะเป็น 1,478.40 บาท
ธนาคารเรียกเก็บ 1,507.52 บาท
สรุปทางธนาคารชาร์ตค่าธรรมเนียมไปประมาณ 2% (29.12 บาท)

เท่าที่ดูแล้ว ก็จะเห็นว่าแต่ละบัตรก็คิดค่าธรรมเนียมพอ ๆ กันเลย ไว้ถ้ามีข้อมูลของบัตรอื่นจะเอามาเพิ่มเติมให้ทราบกันอีกครับ รู้อย่างนี้แล้ว เวลาคิดจะรูดบัตรที่ต่างประเทศ ก็อย่าลืมบวกค่าธรรมเนียมนี้ เผื่อไว้ด้วย เพราะถ้ารูดหลายหลัก อาจจะโดนหลายบาทอยู่ เพราะจากตัวอย่าง พันกว่าบาท ก็โดนไป 20 บาทแล้ว

รูปอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนของทางวีซ่า

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ใช้บัตรเครดิตซื้อของต่างประเทศ แพงไหม คุ้มไหม มาดูที่นี่ [go]
  • Foreign Currency Exchange by VISA [go]
  • Exchange rate currency converter by VISA [go]
* รูปดัดแปลงมาจาก http://images01.trafficz.com/cache/h3w4/500_1186706940_7496.jpg

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เพิ่งรู้นะเนี่ยความรู้ใหม่big smile

#1 By theflym on 2008-07-20 16:24

ได้ความรู้ดีจัง เราก็รูดอย่างเดียว สงสัยอยู่เหมือนกันว่ามัน charge เราเพิ่มเท่าไหร่ กระจ่างแล้ว

แล้วเมื่อไหร่จะมาเอาของที่สั่งซื้อไว้ละ open-mounthed smile

#2 By เบนจี้ (58.9.22.62) on 2008-07-22 23:09