เยือนลาวใต้ในสายลมเย็น : วันสาม : ปั่นจักรยานรอบดอน
posted on 16 Dec 2008 23:05 by stgizmo in Travel
วันสาม : ปั่นจักรยานรอบดอน
นู๋จิต แอบตื่นแต่เช้า ปั่นจักรยานไปถ่ายรูป พระอาทิตย์ มาอวดพวกเรา ส่วนคนอื่นก็ตื่นตามๆ กันมานั่งทานอาหารเช้าตรงที่พักนั่นแหละง่ายดี เป็นข้าวต้ม กัตจังเล่ามาประสบการณ์ห้องพักสุดติสต์ ว่าเตียงมันเอียงๆ ลาด ๆ นอนแล้วจะเหมือนลื่นตกแม่น้ำโขงตลอดเวลา กลายเป็นเตียงแสนสนุก นอนไม่ดีอาจไหลตกเตียงได้ ส่วนห้องน้ำก็ใช้ไฟฉาย หรือเทียนโลด ไฟไม่ติด (ห่วยได้อีก
) และอีกอย่างคือ เสียงอาจจะดังไปห้องข้างได้ง่าย กลับกันอาจจะมีเสียงแปลก ๆ มาจากห้องข้างก็ได้ด้วย
พวกเรามาอยู่ ดอนหนึ่งใน สี่พันดอน ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ดอนของที่นี่ก็คือ เกาะแก่งนั่นเอง เขาว่ากันว่าถ้าวันน้ำลดเยอะๆ พวกเราจะได้เห็นดอน (เกาะแก่ง) เยอะถึง 4,000 ดอนกันเลย จึงเป็นที่มาของชื่อ "สี่พันดอน" วันนี้พวกเราจะไปปั่นจักรยานรอบดอนกัน พวกเราอยู่ฝั่งดอนเด็ด แล้วปั่นไปที่ดอนคอน เพื่อไปเที่ยวน้ำตกกัน ซึ่งจะมีสองทางให้เลือกคือ ทางเลียบแม่น้ำโขง ซึ่งจะไกลกว่า ส่วนทางตัดตรงก็จะเป็นถนนลูกรังกินดินแดง เกือบตลอดทาง พวกเราขอลุยทางนี้นั่นแหละ ท่าจะมันส์
ปั่นสนุกดีเหมือนกันเพราะไม่ค่อยมีรถร่วมใช้ถนนนี้ซักเท่าไหร่ เลยปั่นง่าย เห็นอะไรน่าสนใจ น่าถ่ายรูป ก็จอดจักรยานข้างทางกันได้เลย ถึงแดดดี แต่อากาศไม่ร้อนมาก ไม่เหนื่อยลิ้นห้อย บรรยากาศข้างทางก็เป็นทุ่งนา ทุ่งหญ้า ตลอดทาง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัส บรรยากาศ บ้านนา มากมาย เพราะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่ ก็จะอยู่กันอย่างบ้านๆ บ้านเรือนไม้ ยกสูง มีใต้ถุนไว้เลี้ยงควาย หมู ไก่ แถมปลูกผักสวนครัว ไว้ทานเองอีกต่างหาก แม้แต่ควาย ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันในเมืองไทย ที่นี่มีเห็นจนชินตา ใครชอบเข้าทุ่งเชิญมาพักที่นี่สักคืน
ขี่ไปเรื่อยก็จะเจอ ด่านผ่านทาง ต้องเสียค่าเข้าดอนคอน ตรงบริเวณสะพาน ที่ใกล้ๆ นี้จะมีหัวรถจักรเก่าสมัยสงครามโลก ที่ฝรั่งเศสสร้างไว้เป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้า เขาก็เอามาไว้ให้ถ่ายรูป เป็นที่รำลึกกัน จุดแวะพักของพวกเราก็คือวัดแถวนั้น พอดีหาป้ายชื่อวัดไม่เจอ ไม่รู้วัดชื่ออะไร แต่เป็นวัดที่บรรยากาศสวย เพราะปลูกมะพร้าว เป็น ทิวแถวในวัดเลย แถมเลียบแม่น้ำโขงอีกต่างหาก แวะถ่ายรูป ไหว้พระ ชมเณร เก็บมะพร้าวโชว์ (เขาเก็บของเขาอยู่แล้ว ไม่ได้โชว์อะไรพวกเราหรอก)
ปั่นไปสักพัก พวกเราก็เป็น ชาวนากำลังเกี่ยวข้าวกันอยู่ ชาวกรุงอย่างเรา ตาโต ไม่เคยเห็น ขอไปเบ่งมองกันชัด ๆ หยุดถ่ายรูป กันสนุกสนาน แต่เพิ่มมารู้ตอนหลังว่า มีพี่สองคนที่ขี่ล่วงหน้าไปโดย ไม่รู้ว่าพวกเราแวะถ่ายรูปตรงนี้ ซึ่งทางไปน้ำตกหลี่ผี (ตาดโสมพะมิด) นั้นต้องเลี้ยวขวาเข้าไป ซึ่งท่าทางพี่ทั้งสองจะไม่สังเกตเห็น เพราะป้ายช่างไม่เตะตาเหลือเกิน หลายคนคงขี่เลยเอาง่ายๆ กั๊ตจังอาสาขี่ไปตาม พี่แอปเปิ้ล และพี่จินตหลา ส่วนพวกที่เหลือล่วงหน้าเข้าไปรอที่น้ำตกกันก่อน รออยู่นานทั้ง 3 คนก็ยังไม่มา พวกเราก็เลยถ่ายรูปน้ำตกรอไปพลาง ๆ ก่อน
ด้านหน้าพวกเราตอนนี้เป็น น้ำตกขนาดใหญ่ คล้ายๆ กับดอนพะเพ็งที่ไปมาเมื่อวาน แต่สายน้ำอาจจะไม่ซัดกระเซ็นเท่าแต่ ดูสวยงามอลังการไม่แพ้กันเลย ชื่อจริงๆ ของน้ำตกนี้คือ โสมพะมิด แต่ที่ชาวบ้านเรียกว่า น้ำตกหลี่ผีนั้น เพราะว่าเมื่อสมัยสงครามอินโดจีน ศพของทหาร ได้ถูกน้ำพัดมารวมกันอยู่ใน หลี่ หรือที่ดักปลา (คล้ายลอบบ้านเรา) และด้วยกระแสน้ำที่ไหลมารวมตัวกันเป็นแอ่งขนาดใหญ่ และกระแสน้ำจะวนไปวนมา ก่อนจะไหลผ่านซอกหลืบหินแคบ ๆ นึกแล้วสยองเหมือนกันแฮะ
ใครปั่นจักรยานมากระหายน้ำ ลองชิมน้ำมะพร้าวสด ๆ ดูนะครับ แต่ท่าจะสดไปหน่อย ลูกยังอ่อนมาก เปรี้ยวไปหน่อย ถามไถ่แม่ค้าร้านน้ำ ก็ได้ความว่าตรงเข้าไปอีก 100 เมตรก็จะมีชายหาด พวกเราก็ปั่นกันต่อไป ทางจะรก ๆ หน่อย เดินลงไปก็แปลกตาดี เพราะว่ามาเที่ยวน้ำตก แต่มีชายหาดด้วย แอบเห็นฝรั่งกลุ่มหนึ่ง มานั่งแช่น้ำเล่นอยู่ตรงนั้นด้วย ซึ่งจริงๆ เขาไม่ให้ลงไปเล่นน้ำ เพราะมันคงอันตราย
แดดแทงหัวพวกเราแล้ว พยาธิมันก็เหมือนรู้ แทงท้องลำไส้เราให้เป็นการเตือนว่าหิวแล้วนะ กิซโมก็เลยปั่นนำตรงไปเพื่อหาอะไรกิน แต่ท่าทางปั่นตรงไปหน่อย เลยเลยทางกลับ (ไม่น่าขี่นำเลยตู ยิ่งหลงๆ เก่งอยู่แล้วด้วย
) แอบพกพี่จินตหลามาด้วย พี่จินตหลาแกปั่นตามผิดคน เลยได้หลงอีกเป็นครั้งที่สอง แต่กั๊ตจัง สิงห์นักปั่นของทริปเรา ก็ปั่นมาเรียก กิซโมและพี่จินตหลา ซึ่งยังไม่รู้เลยว่า ได้ปั่นหลงมาเรียบร้อยแล้ว แต่พอดีเห็นตึกสวยเลยจอดมาถ่ายรูป โชคดีไปยังเลยไปไม่ไกล
ปั่นกลับไปทานข้าวที่ ร้านอาหารติดริมน้ำ (จำชื่อไม่ได้
) โต๊ะข้างเป็นชาวเกาหลี กลุ่มหนึ่ง โดยมีไกด์คนลาวนำเที่ยว เหตุที่พวกเรารู้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวเกาหลี เพราะได้กลิ่นกิมจิ ที่โชว์มาเตะจมูกพวกเรา ๆ ก็งุบงิบ พร้อมทำสายตาว่ากิมจิ น่ากินจังเลย คุณไกด์ลาว หูดีได้ยินอย่างนั้น สปีคกับคนเกาหลี พร้อมเรียกพวกเราบอกมา แบ่งกิมจิ พวกเขาไปกินซักจานซิ โอ้ว... คนเกาหลี และลาว น้ำใจงาม คนไทยเราซึ้งครับ (ตลกรับประทานได้อีก
) ทานเสร็จก็ปั่นกลับไปดอนเด็ด แต่คราวนี้พวกเราเลือกที่จะปั่นไปทางเลียบโขง ซึ่งถนนดีกว่า แล้วบรรยากาศก็ดีตรงที่ติดแม่น้ำ ก็ดีไปอีกแบบ แต่มันข้ามง่ายไปหน่อยไม่ชวนหลง เหมือนทางแรก (ฮ่าๆๆ)
พวกเรา ลองคุยกับ Mr.Mo เจ้าของที่พักว่า เพื่อไถ่ถามเรื่องรถจากท่าเรือนากะสังกลับไปปากเซ ว่ามีไหม ซึ่งได้ความว่าตอนนี้หมดแล้ว แต่เขาจะหาให้ ก็คิดเหมาเรือ รถตู้ กลับไปปากเซ กับเขาไปเลยคิดไม่แพง ก็นั่งเรือของ Mr.Mo นั่นแหละ ข้ามไปนากะสัง แล้วก็นั่งรอรถตู้นิดหน่อย พอเราได้คุยกับคนขับรถถึงราคาค่ารถ ก็ได้ความว่าโดน Mr.Mo โขกไปเท่าตัว
มาถึงปากเซ ด้วยความโซเซ ขากลับแม้จะมารถตู้ เพราะเปิดประตูรถ ตามรายทางเมื่อไหร่ แม่ค้าลาววิ่งจะมารุมทันที กิซโมนั่งติดประตูด้วย เกือบโดนไม้ไก่ย่าง เสียบไปหลายที
พวกเราก็ตกลงพักโรงแรมเดิมนั่นแหละง่ายดี ได้พูดคุยกับคนดูแลที่พัก ก็เลยรู้ว่า ที่นี่เขาใช้เป็นที่ถ่ายเรื่อง "สะบายดีหลวงพระบาง" ซะด้วย (ตอนแรกก็นึกว่าโม้ แต่กลับมาดู หนังเรื่องนี้ ก็จริงอย่างที่เขาว่าจริงๆ แฮะ) ใครอยากตามรอยหนังเรื่องนี้ ก็แวะมาพักโรงแรมนี้กันนะ คราวนี้เปลี่ยนห้อง เป็นห้องแบบรวม เป็น 2 ห้องนอน 1 ประตู 1 ห้องน้ำ นอนได้หมด 6 คนเลย ก็สะดวกดีไปอีกแบบ เพราะห้องน้ำก็หนีไปใช้ ของส่วนรวมด้านนอกก็ได้ แต่ต้องทนเหม็นกับโดนยุงตอมหน่อยนะ
พี่แอปเปิ้ลแอบตาดี เห็นร้าน Thanida Spa สปานวดตัว อยู่ใกล้ๆ ที่พักดูน่าสนใจ เลยขอไปสืบราคา แต่แจ๊คพ๊อตแตก
วันนี้เป็นวันเปิด ร้านวันแรก เขาบริการฟรีไม่คิดเงินเลยซักกีบ พวกเรายิ้มกริ่ม เพราะเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวจากการปั่นจักรยานตลอดทั้งวัน ก็เลยยินดี รับบริการ นวดลาว จากสาวลาว เจ้าของคนสวย เขาบอกว่าไปเรียนมาจาก วัดโพธิ์เมืองไทยนี่แหละ แล้วก็ไปเรียนเพิ่มที่ ลีลาวดีสปามาอีกด้วย นี่มาเปิดเป็นสาขาที่ 2 แล้ว เวลาว่างๆ ก็ไปสอนเต้นแอโรบิคอีกต่างหาก ร้านก็เลยได้แนวมาจากร้านสปาไทยบ้านเรา ส่วนการนวดก็ถือว่าดี หายเมื่อยดี แต่คิดว่าร้านนวดเมืองไทยก็ยังเด็ดกว่าอยู่ดี
เสร็จแล้วระหว่างเดินไปทานข้าว พี่แอปเปิ้ลก็แอบหนี(อีกแล้ว)ไป สระ-เซ็ต ที่ร้านตัดผมที่เดินผ่าน แหม... ช่างอยากลิ้มบรรยากาศล๊าว ลาว ซะจริงๆ เลย บริการพร้อมนิตยสารซุบซิบจากเมืองไทย
คืนนี้ พวกเราเลือกทานอาหารที่ร้าน ทัวร์ลาว เป็นร้านใหญ่พอสมควร เปิดเพลงไทยอีกแล้ว ชักงง ว่าคนลาวไม่ฟังเพลงลาวกันเลยแฮะ อาหารที่นี่ เมนูอลังการกว่าร้านอื่นที่ได้ไปหม่ำมา เมนูมีรูปให้ดูด้วย จิ้มสั่งง่ายดี รสชาติก็ใช้ได้ ทีเดียว แต่บางอย่างก็แป๊ก แบบว่าของไทยอร่อยกว่า ตกดึกก็เหมือนเดิม คิดเลขกันต่อ ไม่หลับไม่นอน


รูปพระอาทิตย์ขึ้นสวยจัง
ชอบรูปควายลาวด้วย
ตัวเล็กน่ารักดี
#1 By C-C on 2009-01-13 17:30