เยือนลาวใต้ในสายลมเย็น : วันสี่ : สามตาด
posted on 16 Dec 2008 23:05 by stgizmo in Travel
วันสี่ : สามตาด
เริ่มวันใหม่ของการท่องเที่ยว นู๋จิต ก็ตื่นมาทำการบ้านแต่เช้า ด้วยการไปถ่ายรูป ชาวบ้านบิณฑบาตร ที่นี่เขาจะปั้นข้าวเหนียวเป็นก้อนกลม ใส่บาตรกัน ปูเสื่อนั่งรอ คุณพระ อย่างเรียบร้อย สงบเสงี่ยม
พวกเราพร้อมเที่ยวเต็มที่ ได้บริการนวดสปาลาว จากสาวลาวคนสวย หายเมื่อยกันตั้งแต่เมื่อคืน วันนี้จะเป็นการท่องน้ำตกล้วน ๆ เริ่มตั้งแต่ ตาดฟาน ตาดเยื้อง และจบที่ตาดผาส้วม ส่วนการไปตาด (น้ำตก) นั้นก็ จ้างรถออกจากปากเซไป โดยพาหนะที่พวกเราจ้างมา ก็เป็นรถ Jumbo ก็คล้ายสามล้อบ้านเรา แต่นั่ง 2 แถว หันหน้าเข้าหากัน รถจับโบ้จะเจอทั่วไปที่ลาวเหนือ
รถจับโบ้เป็นรถโปร่ง ด้วยอากาศเย็น ๆ ทำให้พวกเราหนาวสะท้านไม่ใช่เล่น และเส้นทางบางส่วนก็มีเป็นดินแดงด้วย ถ้ามีแว่นดำ หรืออะไรปิดจมูกไป ก็เป็นไอเดียที่ดี เหมารถไป 1200 บาท ส่วนข้าวเช้าพวกเราก็เดินไปหา ร้านกินแถวๆ พลาซ่า (ห้างกลาย ๆ แต่ไม่ใช่) ก็รับประทานเฝอ กันอีกแล้วง่ายดี

ขับไปได้ไม่ทันไร คนขับรถก็บอกว่าจะพาไปแวะไร่ชา แหม... มีโปรแกรมแถม ลงไปเจอกลุ่มฝรั่งที่ สงสัยโดนบังคับเที่ยวเหมือนพวกเรา พวกก็เลยไปถ่ายรูป ในไร่ชากันพอหอมปากหอมคอ
ลมหวิว ๆ รถเร่งมากไม่ได้ (ไม่รู้ใครหนัก) เป็นการนั่งรถแช่แข็งซะจริงๆๆ สักพักเราก็ถึงตาดฟาน น้ำตกที่แรก อยู่ภายในวนอุทยานดงหัวสาว ซึ่งก่อนเข้าก็ต้องเสียค่าเข้าด้วย ที่ตาดฟาน จะเป็น น้ำตก 2 สายคู่กัน ไหลลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 120 เมตร ดูแปลกตาดี จุดชมวิว ก็เป็นจุดที่ดีเลย เพราะได้เห็นน้ำตกไหลยาวลงมา สายน้ำก็กระเซ็นสวย ส่วนใหญ่คู่รักมักจะได้ซีนโรแมนติกทุกครั้งไป เมื่อชมน้ำตกนี้
ที่นี่มีร้านกาแฟ กับรีสอร์ทบริการด้วย ซึ่งเจ้าของก็เป็นคนไทยนี่แหละ คือคุณกฤษณา หาระสาร หรือที่นักอ่านรุ่นเก่ารู้จักกันในนาม "กระดาษเแก้ว" ที่นี่เขาชอบมาดูพระจันทร์เต็มดวงที่สุดแสนจะโรแมนติก ซึ่งก็มีคนไทย ที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะวงการหนังสือ แวะมาเยือน โดยเห็นได้จากรูปที่แขวนอยู่ที่ร้าน พวกเราเลยไปหาอะไรร้อน ดื่มกัน แต่ไปๆ มา ๆ สั่งเมนู ลำยอง ซะงั้น จิบไป ก็เอิ๊กอ๊ากไป ทำหน้าเขินกันใหญ่บางคนเริ่มเดินไม่ตรง ซะแล้ว
พวกเรารีบรุดไป ตาดต่อไป ให้รถเขย่า แอลกอฮอล์ออกจากร่างกายซักเล็กน้อย ก็มาถึงตาดที่สอง ตาดเยือน (ค่าเข้า 5,000 กีบ ค่านำรถเข้า 5,000 กีบ) ต้องเดินลงเล็กน้อย แต่พอได้เห็นแล้วชอบมากมาย เหมือนรีสอร์ทสวยๆ บ้านเราเลย ดูน้ำสีชาแต่ใส ไหลริน เป็นน้ำตก ท่ามกลางฝูงวัว และต้นหญ้า มิเตอร์ความสุข เพิ่มขึ้นอีกหลายขีด
น้ำตกเยือนที่นี่ก็เป็น สองสายเช่นกัน แล้วก็เดินลงไปเล่นที่ใต้น้ำตกได้ด้วย เห็นพวกฝรั่งลงไปกัน แต่ต้องเสื้อผ้าเลอะดินโคลนแดงหน่อย แต่ท่าทางน้ำจะหนาวเกินไปสำหรับคนไทย ที่นี่มีที่ชมวิว และที่ถ่ายรูปเยอะดี คนก็เยอะไปด้วย แต่ก็คุ้มที่จะมา
รถจับโบ้ ขับย้อนกลับทางเดิม เพื่อจะไปตาดผาส้วม ซึ่งอยู่ในเมืองบางเจียงเจริญสุข แขวงจำปาสัก อยู่ในอุทยานบาเจียง แต่กว่าจะถึงก็บ่ายแล้ว เพราะรถมันไม่ค่อยแรงงง เริ่มหิวแล้ว แต่มาบ่ายก็ดี เพราะพวกทัวร์ เพิ่งซาไป ร้านอาหารที่นี่สวยดี แล้วก็ใหญ่ด้วย จุดสังเกตว่ามาถึงที่นี่แล้วก็คือจะต้องเดินผ่าน สะพานไม้เข้ามา พร้อมบรรยากาศร่มรื่นย์ ของต้นไม้ใหญ่ และรูปปั้นช้าง
ส่วนที่มาของชื่อตาดผาส้วมเนี่ย ก็คือ ส้วมในภาษาลาวแปลว่าห้อง ซึ่งก็แปลง่ายๆ ได้ว่า น้ำตกที่เป็นห้อง ๆ ส่วนทำไมเป็นห้องๆ ก็ตอบได้ว่า เมื่อก่อนที่นี่เป็นถิ่นภูเขาไฟเก่า ทำให้เกิดเหมือนแท่งหินใหญ่ ตกแต่งเป็นห้อง ทั่วไปหมด น้ำตกที่นี่ ไม่สูงอลังการเหมือน สองน้ำตกแรก แต่ก็สามารถให้อาหารปลาได้ด้วย หรือจะถ่ายรูปพร้อมอัด เขาก็มีพนักงานบริการ น้ำตกที่นี่ ได้คนไทยเป็นคนดูแล และรับสัมปทาน ร้านอาหารก็เลยออกมาแนวดูดี มีรสนิยม แต่อิงธรรมชาติ เพราะปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากันได้ดีทีเดียว
ร้านอาหารที่นี่ มาในแนวรักธรรมชาติ และรักสุขภาพ เพราะประกาศชัดเจนว่า ไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มมึนเมา (แต่พวกเราก็เห็นโต๊ะข้าง ๆ กินเบียร์ลาวอยู่ดี) จะเน้น น้ำผัก ผลไม้ พวกเราก็เลยสั่งมาลองดู เป็นน้ำลูกไข่ทองปั่น น้ำสีเหลือง รสเฝือน ๆ ฝาด ๆ แต่ออกหวาน ตอนแรกนึกว่าเอาผักทองมาปั่น และน้ำผลไม้รวมสูตรล้างพิษ น้ำสีเขียว ใครอยากเห็นว่าผลไม้ และผักที่เขาเอามาปั่นทำเครื่องดื่มเป็นยังไง เขามีตั้งโชว์ที่เคาเตอร์เก็บเงิน และสั่งอาหารเป็นเซ็ตเมนู เพราะพนักงาน บอกว่า บางเมนูในเซ็ต เติมได้ แหม... อย่างนี้ชอบซิครับ เมนูที่นี่มีทั้งลาวและไทย อ่านง่ายสบายเลย อาหารก็เน้นสุขภาพ แล้วก็ไม่ใส่ผงชูรส
ระหว่างรับประทานอาหารใกล้จะอิ่ม ภรรยาของคุณวิมล กิจบำรุง ซึ่งทั้งสองคนเป็นคนไทย ก็เข้ามาทักทาย พวกเราพอทราบประวัติคร่าว ๆ ของคุณสามีภรรยา คู่นี้ว่าได้รับการติดต่อ ให้มาสร้างสรรค์พื้นที่แห่งนี้ จากพื้นที่ป่ารกรุงรัง ชาวบ้านอดอยาก หากินตามยถากรรม ก็ได้คุณวิมลและภรรยานี่แหละที่มาช่วยปรับปรุง และพัฒนาพื้นแห่งนี้ แต่พระเจ้าก็เล่นตลก หลังรีสอร์ตแห่งนี้สร้างเสร็จเพียง 2 วัน คุณวิมลก็ติดเชื้อไข้มาเลเลีย จากการไปศึกษาวิถีชีวิตชนเผ่าในป่าที่ห่างไกล แต่ก็รอดมาได้ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง ซึ่งพวกเราก็ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเอง เขามาสอบถาม พูดคุยกับพวกเราเป็นอย่างดี ได้คุยกับเขา เลยรู้ว่าที่นี่แหละเป็นที่หลักในการถ่ายทำ สะบายดีหลวงพระบาง (เอ๊ะ... ตกลง ไม่ชื่อ สะบายดีปากเซ ไปเลยน้อ) ภรรยาเจ้าของยังใจดี แถมขนมหวาน เป็นลูกยอ ลอยแก้ว และกล้วยให้พวกเรา เป็นขออภินันทนาการ เล็กน้อย ๆ
เสร็จแล้ว เขาก็แนะนำให้ไปเดินเล่นรอบ โดยจะมีไกด์นำทางให้ ไกด์เป็นชาวเขา ของเมืองลาว แต่เขาพูดไทยได้ชัดปร๋อ บอกจำเอาจากละครไทย เนี่ยแหละ แกจะเป็นคนพูดสนุก มีมุขขำๆ ให้ฟังตลอด แม้มือแกจะพิการเล็กน้อย แต่แกสมองดีเป็นเลิศ เพราะเวลาเดิน พาไปชมบ้านพักของที่นี่ เขาจะบอกด้วยว่า บ้านนี้ดาราไทย คนไหน เคยมาพัก วันที่เท่าไหร่ เวลาอะไร เอากับเขาซิ พวกเราเห็นที่พักแล้ว ก็พร้อมใจ กันอยากจะพัก แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะตกลงพักกับที่ปากเซไว้แล้ว เพราะบรรยากาศ ช่างน่ารื่นรมย์ อิงแอบธรรมาชาติสุด ๆ บางหลัง เป็นบ้านอยู่บนต้นไม้ด้วย เยี่ยมไปเลย เจ้าไกด์ยังพูดติดตลกว่า บรรยากาศที่พักของที่นี่ คู่รักหลายคู่ นิยมมาเฮ็ดลูกตัวน้อยๆ กัน แหม... ก็มันโรแมนติกอะนะ เข้าใจ ๆ
พาทัวร์บ้านทุกหลังเสร็จแล้ว ก็พาไปบริเวณ แอ่งน้ำ ที่ทางนี้ เขาทำไว้ สำหรับเล่นน้ำ เบน นายเงือกประจำกลุ่ม เห็นแล้วอดไม่ได้ กระโดดลง ไปดำผุดดำไหว้ อย่างสบายอารมณ์ ส่วนคนอื่นพวกเราก็นั่งเล่นเพลินๆ กัน
ลุงเผ่ากะตู เขาเอาของเล่น ของชนเผ่าเขามาขาย และให้ลองเล่นกัน บางอย่างเขาก็บอกว่า เอาไว้เล่นการพนันกัน มีเครื่องดนตรีดีด ทำจากไม้ไผ่ ขายแค่ราคา 20 บาทเอง ดีดเล่น ก็สนุกดี แล้วก็มีของเล่นไม้ โดยให้วางให้สมดุล ตรงไหนก็ได้ที่ใบหน้า บางคน ก็ส่วนซื้อ ผ้าซิ่นฝีมือชาวเขา แต่สนนราคาไม่ถูกนัก แต่งานฝีมือแหละเนอะ
จบทริปของวันนี้ สามตาด เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็มีความสุข กับการ สัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติ สวย ๆ แบบนี้ คืนนี้เลยงด คิดเลขก่อนนอน พักผ่อนกันแต่หัววัน


#1 By ท่อตัน (125.25.83.103) on 2009-01-14 05:47