ไขข้อข้องใจ EM , EM Ball, น้ำหนักชีวภาพ ดีจริงหรือไม่ แก้ปัญหาน้ำเน่าได้หรือเปล่า ?
posted on 05 Nov 2011 08:22 by stgizmo in MyStoriezคลิปสัมภาษณ์ มายาคติของ EM โดย ศาสตราจารย์ กิตติคุณ ดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ อดีต อาจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จัดทำโดยภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อีเอ็มคืออะไร?
อีเอ็ม (EM ย่อมาจาก Effective Microorganisms) เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท EM Research Organization, Inc. สำนักงานใหญ่อยู่ที่ โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น โดยทั่วไป อีเอ็มหมายถึงส่วนผสมของเหลวที่มีจุลชีพแบบไม่ใช้อากาศ (anaerobic organsims) อยู่อย่างน้อย 3 ชนิด
อีเอ็มเทคโนโลยี ใช้ส่วนผสมของจุลชีพที่เพาะจากห้องปฏิบ้ติการ ส่วนผสมหลักนั้นประกอบด้วย แบคทีเรียกรดแลคติค (Lactic acid bacteria), แบคทีเรียม่วง (purple bacteria) และ ยีสต์ ผู้ผลิตน้ำจุลินทรีย์แบบอีเอ็มหลายแห่งอ้างว่าจุลชีพเหล่านี้สามารถอยู่ร่วม กันได้และมีประโยชน์กับสภาพแวดล้อม จุลชีพเหล่านั้นได้แก่ Lactobacillus casei (แบคทีเรียกรดแลคติค), Rhodopseudomonas palustris (แบคทีเรียสังเคาะห์แสง), Saccharomyces cerevisiae (ยีสต์) และจุลชีพอื่นๆที่อยู่ในสภาพธรรมชาติของส่วนผสมอีเอ็ม จุดกำเนิด
แนวคิดของจุลชีพที่เป็นมิตร มาจากศาสตราจารย์ เทรูโอ ฮิกะ (Teruo Higa) จากมหาวิทยาลัยริวกิว (University of the Ryukyus, โอกินาวา, ประเทศญี่ปุ่น) ในช่วงทศวรรษ 1980 ฮิกะได้รายงานถึง ส่วนผสมที่ได้จากการจัดหมู่ของจุลชีพต่างๆ ที่มีความสามารถในการช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุโดยมีผลดีกับกระบวนการต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต ฮิกะได้เสนอทฤษฎีหลักที่ใช้อธิบายผลของอีเอ็มไว้ว่า จุลชีพ 3 กลุ่มสามารถอยู่ร่วมกันได้โดย จุลชีพเชิงบวก (positive microorganisms) ทำหน้าที่สร้าง, จุลชีพเชิงลบ (negative microorganisms) ทำหน้าที่ย่อยสลาย, และจุลชีพฉวยโอกาส (opportunist microorganisms) ในตัวกลางชนิดต่างๆ (ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ อากาศ หรือ ลำไส้มนุษย์) อัตราส่วนของจุลชีพเชิงบวกต่อจุลชีพเชิงลบนั้นสำคัญมากเพราะว่าจุลชีพฉวย โอกาสจะทำตามแนวโน้มไม่ว่าจะเป็นการสร้างหรือย่อยสลาย ดังนั้นฮิกะเชื่อว่า เป็นไปได้ที่จะสร้างผลกระทบด้านดีได้โดยการเพิ่มจุลชีพเชิงบวกเข้าไป
อีเอ็ม (EM ย่อมาจาก Effective Microorganisms) เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท EM Research Organization, Inc. สำนักงานใหญ่อยู่ที่ โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น โดยทั่วไป อีเอ็มหมายถึงส่วนผสมของเหลวที่มีจุลชีพแบบไม่ใช้อากาศ (anaerobic organsims) อยู่อย่างน้อย 3 ชนิด
อีเอ็มเทคโนโลยี ใช้ส่วนผสมของจุลชีพที่เพาะจากห้องปฏิบ้ติการ ส่วนผสมหลักนั้นประกอบด้วย แบคทีเรียกรดแลคติค (Lactic acid bacteria), แบคทีเรียม่วง (purple bacteria) และ ยีสต์ ผู้ผลิตน้ำจุลินทรีย์แบบอีเอ็มหลายแห่งอ้างว่าจุลชีพเหล่านี้สามารถอยู่ร่วม กันได้และมีประโยชน์กับสภาพแวดล้อม จุลชีพเหล่านั้นได้แก่ Lactobacillus casei (แบคทีเรียกรดแลคติค), Rhodopseudomonas palustris (แบคทีเรียสังเคาะห์แสง), Saccharomyces cerevisiae (ยีสต์) และจุลชีพอื่นๆที่อยู่ในสภาพธรรมชาติของส่วนผสมอีเอ็ม จุดกำเนิด
แนวคิดของจุลชีพที่เป็นมิตร มาจากศาสตราจารย์ เทรูโอ ฮิกะ (Teruo Higa) จากมหาวิทยาลัยริวกิว (University of the Ryukyus, โอกินาวา, ประเทศญี่ปุ่น) ในช่วงทศวรรษ 1980 ฮิกะได้รายงานถึง ส่วนผสมที่ได้จากการจัดหมู่ของจุลชีพต่างๆ ที่มีความสามารถในการช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุโดยมีผลดีกับกระบวนการต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต ฮิกะได้เสนอทฤษฎีหลักที่ใช้อธิบายผลของอีเอ็มไว้ว่า จุลชีพ 3 กลุ่มสามารถอยู่ร่วมกันได้โดย จุลชีพเชิงบวก (positive microorganisms) ทำหน้าที่สร้าง, จุลชีพเชิงลบ (negative microorganisms) ทำหน้าที่ย่อยสลาย, และจุลชีพฉวยโอกาส (opportunist microorganisms) ในตัวกลางชนิดต่างๆ (ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ อากาศ หรือ ลำไส้มนุษย์) อัตราส่วนของจุลชีพเชิงบวกต่อจุลชีพเชิงลบนั้นสำคัญมากเพราะว่าจุลชีพฉวย โอกาสจะทำตามแนวโน้มไม่ว่าจะเป็นการสร้างหรือย่อยสลาย ดังนั้นฮิกะเชื่อว่า เป็นไปได้ที่จะสร้างผลกระทบด้านดีได้โดยการเพิ่มจุลชีพเชิงบวกเข้าไป
การตรวจสอบ (Validation)
หลักการของอีเอ็มที่ฮิกะยังเป็นที่ถกโต้แย้งกันอยู่ และก็ยังไม่มีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์สนับสนุน เรื่องนี้ฮิกะเองก็ยอมรับดังปรากฎในรายงานของเขา ในปี 1994 ที่ฮิกะเขียนร่วมกับนักจุลชีววิทยาธรณี เจมส์ เอฟ พาร์ (James F. Parr) ที่สรุปว่า "the main limitation...is the problem of reproducibility and lack of consistent results.".
มีงานวิจัยต่อๆอีกหลายๆชิ้นที่ได้ทำการทดสอบทฤษฎีของฮิกะ เช่น งานของ ลวินี (Myint Lwini) และระนามุกคาราชชี (S. L. Ranamukhaarachchi) ที่ได้ศึกษาการใช้การควบคุมทางชีวภาพกับโรคเหี่ยวเฉาจากแบคทีเรีย และแสดงให้เห็นว่า การใช้อีเอ็ม และ ปุ๋ยหมักอีเอ็ม (EM Bokashi) เป็นตัวควบคุมชีวภาพ 2 ตัวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนั้นยังมีงานอื่นๆอีก เช่น ยามาดะและซูที่ศึกษาการใช้อีเอ็มในการทำปุ๋ยอินทรีย์, ฮุย-เลียน-ซูที่ศึกษาอีเอ็มกับการสังเคราะห์แสงและผลผลิตของข้าวโพดหวาน เป็นต้น
การใช้งานอีเอ็ม
อีเอ็มเทคโนโลยี นั้นถูกใช้ในกิจกรรมของการเกษตรและการดำเนินชีวิตตามแนวคิดหยั่งยืน และยังถูกอ้างถึง การช่วยให้สุขภาพของคนและสัตว์เลี้ยงดีขึ้น รวมถึงประโยชน์ในการจัดการกับของเสีย
หลักการของอีเอ็มที่ฮิกะยังเป็นที่ถกโต้แย้งกันอยู่ และก็ยังไม่มีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์สนับสนุน เรื่องนี้ฮิกะเองก็ยอมรับดังปรากฎในรายงานของเขา ในปี 1994 ที่ฮิกะเขียนร่วมกับนักจุลชีววิทยาธรณี เจมส์ เอฟ พาร์ (James F. Parr) ที่สรุปว่า "the main limitation...is the problem of reproducibility and lack of consistent results.".
มีงานวิจัยต่อๆอีกหลายๆชิ้นที่ได้ทำการทดสอบทฤษฎีของฮิกะ เช่น งานของ ลวินี (Myint Lwini) และระนามุกคาราชชี (S. L. Ranamukhaarachchi) ที่ได้ศึกษาการใช้การควบคุมทางชีวภาพกับโรคเหี่ยวเฉาจากแบคทีเรีย และแสดงให้เห็นว่า การใช้อีเอ็ม และ ปุ๋ยหมักอีเอ็ม (EM Bokashi) เป็นตัวควบคุมชีวภาพ 2 ตัวที่มีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนั้นยังมีงานอื่นๆอีก เช่น ยามาดะและซูที่ศึกษาการใช้อีเอ็มในการทำปุ๋ยอินทรีย์, ฮุย-เลียน-ซูที่ศึกษาอีเอ็มกับการสังเคราะห์แสงและผลผลิตของข้าวโพดหวาน เป็นต้น
การใช้งานอีเอ็ม
อีเอ็มเทคโนโลยี นั้นถูกใช้ในกิจกรรมของการเกษตรและการดำเนินชีวิตตามแนวคิดหยั่งยืน และยังถูกอ้างถึง การช่วยให้สุขภาพของคนและสัตว์เลี้ยงดีขึ้น รวมถึงประโยชน์ในการจัดการกับของเสีย
Tags: em, em ball, น้ำท่วม, น้ำใส, สิ่งแวดล้อม, อีเอ็ม, อีเอ็มบอล, แก้ปัญหาน้ำท่วม0 Comments
