Custom Search

ComputerNInternet

 

 

หลังจากได้ลองเล่น iPhone 3GS จากรุ่นพี่ ท่านหนึ่ง ก็รู้สึกติดใจ เพราะมันมี App ให้เล่นเพียบเลย โดยเฉพาะ facebook โดนเต็มๆ เลย หลาย App ก็มีลูกเล่นน่าสนใจ แม้ตอนแรกจะไม่ได้สนใจ iPhone เลยเพราะว่า มันมีเครื่องอยู่รูปแบบเดียว ดูน่าเบื่อยิ่งนัก ชอบแบบที่มีให้เลือกหลายรุ่น หลายแบบ หลากดีไซน์มากกว่า แต่มันก็ไม่ใช่เส้นทางที่ Apple เขาทำอยู่แล้ว ตอนแรกก็ลังเลอยู่ว่า จะไปเล่น Android Phone อย่าง HTC Hero ดีไหม เพราะราคาก็หนีกว่ากันไม่มาก  ส่วนประสิทธิภาพก็เรียกว่าไม่แพ้กันเท่าไหร่ แต่หลังจากมาดูที่ Application และ โปรโมชั่นของ True Move แล้ว นาทีนี้ ถอย iPhone 3GS ก็คงจะคุ้มค่าที่สุด เพราะ App Store ของ Apple ไปไกลกว่า Microsoft Market Place และ Android Market ไปหลายขุม ก็เลยเทใจให้ iPhone แต่ก็ด้วยความงบน้อย ก็เลยรอโปรผ่อน 0% พอมีปุ๊ป ก็รีบไปถอยมาใช้ทันที แต่ไหน ๆ แล้ว เลยมาเขียน blog ด้วยดีกว่า คั้นจากประสบการณ์ตรงเลยว่า เราควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนไปซื้อน้องไอโฟน 3gs มาครอบครอง เพราะบริการของทรูมูฟ มันออกแนว true move (out) ไปค่ายอื่น เราควรทำการบ้านและพึ่งพาตัวเองไว้ท่าจะดีกว่า 

รู้ไว้ก่อนไปถอย น้องไอโฟนสามจีเอส

1. ศึกษาโปรโมชั่น และเครื่องไอโฟน สามจีเอสให้ดีก่อนว่าเหมาะสมกับตัวคุณแค่ไหน ?

รายละเอียดเครื่อง iPhone 3 GS  http://www.truemove.com/iphone/tha/about.htm

ซึ่งความสามารถใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมก็คือ

  • เร็วขึ้นกว่า iPhone 3G ถึง 2 เท่าตัว  
  • เป็น VDO Camera แถมยัง upload ขึ้น youtube ได้ทันที
  • ถ่ายรูป สามารถ focus ตามจุดที่เราต้องการได้
  • มี Voice Control สั่งโทรออกได้ด้วยเสียง
  • ตัวใหม่ได้ใส่เข็มทิศในตัว (ลองแล้วเปิดปุ๊ปทำงานปั๊ปเลย)
  • มี คียบอร์ดภาษาไทย
  • สามารถบันทึกช่วยจำด้วยเสียง
รายละเอียดโปรโมชั่นรายเดือน http://www.truemove.com/iphone/tha/price_plan.htm


* ราคายังไม่รวม VAT 7%

 

โปรโมชั่น ถ้าเทียบกับ โปรโมชั่น ของค่ายอื่น และมือถืออื่น อย่าง BB (BIS) แล้วยังคุ้มกว่า เพราะรวมทุกอย่างมาครบครัน ในราคาที่ถูกกว่า

  • ค่าโทร 300 นาที เกินกว่านี้ คิดนาทีละ 1.5 บาท (ค่าโทรน้อยไปหน่อย แต่ก็มีวิธีติดต่อทางอื่น)
  • SMS 300 ครั้ง ส่งคุยกัน ยังไงก็เหลือ
  • MMS 50 ครั้ง ส่งได้เกือบวันละ 2 ครั้งต่อเดือนเลย
  • ไม่จำกัด 3G/EDGE/GPRS/WiFi (ซึ่ง ถ้าต่างจังหวัด ก็หมดสิทธิ์กับตรงส่วนนี้ ซึ่งอาจจะไม่คุ้มเพราะ EDGE ของทรูมูฟ ได้ชื่อว่าช้าสุด ห่วยสุด จากที่ลองก็เป็นตามคำล่ำลือ ใครอยู่ต่างจังหวัด ที่ไม่ใช่หัวหิน ภูเก็ต กทม คิดให้ดีก่อนว่าจะคุ้มหรือเปล่า)
 
เช็ค พื้นที่ 3G ได้ที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ชั้นใน อย่างสีลม สยามสแควร์ เยาวราช เพชรบุรี จุฬาฯ สีลม สาทร พระราม 4 หัวหมาก ห้วยขวาง รัชดา ABAC บางนา สนามบินสุวรรณภูมิ หมู่บ้าน Magnolia อิมแพค เมืองทองธานี มหิดล ศาลายา

เช็ค ture hotspot (wifi) ได้ที่นี่  เขาเคลมว่ามี 17,000 จุดทั่วกรุงเทพ ส่วนตจว. ก็มีที่ หาดใหญ่ พัทยา เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น

รายละเอียดการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต

สามารถผ่อนได้ผ่านบัตรเครดิต KTC, SCB, KBank และ BBL  ก่อนจะผ่อน ควรรู้ไว้ก่อนว่า....

  • ทุกบัตรเครดิตที่ร่วมรายการผ่อนได้นาน 10 เดือน ยกเว้น BBL (บัตรเครดิต ธ.กรุงเทพ) 9 เดือน
  • ราคาผ่อนทีเห็นยังไม่รวม VAT เช่น 32 GB ก็ต้องผ่อนเดือนละ 3,050 บาทต่อเดือน (อย่าไปหลงคิดว่าเป็น 2,850 บาท)
  • ผ่อน 0% ต้องสมัครพร้อม Package Basic ซึ่งก็จะติดสัญญาไป 12 เดือน (ก็โอเคอยู่ เพราะผ่อนก็ 10 เดือนเข้าไปแล้ว) ส่วนจะเปิดเบอร์ทรูมูฟใหม่ หรือจะใช้เบอร์ทรูมูฟของเดิม ก็สามารถเลือกได้ตามสะดวก
  • ทาง True Move จะให้ทำการหักค่าใช้บริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิตด้วย (แนวบังคับ สงสัยไม่อยากให้ลูกค้าไอโฟน ต้องมาผจญกับการต่อแถวจ่ายค่ารายเดือน ประหนึ่งรอต่อแถวจ่ายตังค์ห้างโลตัส)
  • อย่าลืมหยิบบัตรเครดิตที่จะผ่อนไปด้วย พร้อมบัตรประชาชน

2. ตัดสินใจระหว่าง สีขาว และดำ และขนาดความจุ 16 GB. และ 32 GB. 

เรื่องสีเนี่ยจริงๆ  แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล ถ้าเล็งสีดำ ก็สามารถไปลองดูตัวจริงได้ที่ร้าน True Shop เขาจะมีตั้งโชว์ให้หยิบลองเล่นได้ แต่ถ้าสีขาวจะยากซักหน่อย คงต้องขอยืนเพื่อนฝูงมาดู แต่ส่วนใหญ่แล้ว iPhone มันแสนบอบบาง ก็ต้องมาจับใส่ case อยู่ดี  

เรื่องขนาดความจุ ก็ต้องบอกแล้วแต่ชอบอีกเช่นกัน ถ้าชอบดูหนัง ฟังเพลง ซีรีย์ ขั้นเทพ ก็แนะนำ 32 GB. แต่ถ้าไม่ได้ใช้อะไรที่เป็นสื่อบันเทิงเยอะ แค่ 16 GB. ก็โอเคแล้ว เพราะ Application ของ iPhone นั้นไม่ใหญ่อะไรมากอยู่แล้ว ทางเลือกนี้ก็ช่วย ประหยัดเงินไปมากกว่า 4,000 บาท แต่ถ้าตังค์ไม่ค่อยเป็นปัญหา ก็ 32 GB. ไปเลย เผื่อไว้ใช้เป็น thumb drive ด้วยก็ได้ 

3. โทรไปสอบถามที่ ร้าน True Shop สาขาที่จะซื้อก่อน สามารถโทรจองก่อนล่วงหน้าได้เลย เพียงแค่แจ้งชื่อไว้ แล้วพนักงานจะเก็บไว้ให้ เพราะช่วงนี้ iPhone ค่อนข้างขาดตลาด โดยเฉพาะ 16 GB. ดังนั้นการโทรไปเช็ค และจองไว้ก่อนแล้วค่อยเข้าไปซื้อ ก็ช่วยไม่เสียเวลา (ล่าสุด 23/10/09 แถวสยามแสควร์ส เครื่อง 16 GB หมดทุกสาขา) ดูรายละเอียด และเบอร์โทร True Shop ได้ที่นี่


ถ้าซื้อสีขาว กล่องก็จะเป็นสีขาว

4. เตรียม Check list ไว้ตรวจสอบเครื่อง iPhone 3GS ที่เราจะไปซื้อ ซึ่งคุณ Zatang ได้โพสต์ ไฟล์ check list ไว้ สามารถ print เอาไปใช้ได้เลย โหลดได้ที่นี่ 

5. ก่อนออกจากบ้าน อย่าลืม บัตรประชาชน บัตรเครดิต และพก SIM ไปเผื่อทดสอบด้วย เพราะว่าถ้าเปิดเบอร์ใหม่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ถึงจะได้โทรเข้าออกได้ 

จากประสบการณ์ตรง ตอนนั้นขี้เกียจแกะซิมออกจากเครื่องเก่า เลยไม่ได้ลองโทรเข้า โทรออกดู พอซิมทรูที่เปิดใหม่ใช้ได้ โทรออกดู (ออกมาจาก True shop แล้ว) เครื่องมีอาการค้าง หน้าจอมืดไปเลย เวลากดโทรออกไปซักระยะหนึ่ง ต้องกดปุ่ม power ถึงจะหน้าจอกลับคืนมา ซึ่งเป็นการโทรออกแค่ครั้งที่สอง ยังไม่ได้เล่นอะไรเลย แล้วก็เป็นอีก เลยไปที่ศูนย์ที่สยามสแควร์ส พนักงานก็แนะนำให้ทำการ restore เครื่องใหม่ ก็หายเรียบร้อยดี ก็ถือว่าโชคดีที่เป็นปัญหาที่ software เฉยๆ  แต่เป็นตั้งแต่เริ่มเลยนี่นะ :?

6. ถึง True Shop แจ้งพนง.ว่าจะซื้อ iPhone 3GS โดยระบุ สี และความจุกับพนักงานๆ ก็จะนำเครื่องที่ยังไม่ได้แกะมาให้เรา แล้วก็ให้รายชื่อเบอร์สวย มาให้เราเลือก ส่วนใหญ่เป็นเบอร์ตอง ที่เลขหลัง เลือกเบอร์ได้แล้ว พนักงานก็จะให้เอกสารมาเซ็น พร้อมกับให้เราเซ็นรับรองสำเนา บัตรเครดิต และบัตรประชาชน โดยอย่าเพิ่งเซ็นในใบที่เกี่ยวกับยอมรับว่า ได้เช็คเครื่องเรียบร้อย จนกว่าเราได้เช็คเครื่อง iPhone จนเป็นที่น่าพอใจแล้ว แล้วก็กรอกเอกสารอีกสองสามใบ เกี่ยวกับ การหักค่าบริการรายเดือนผ่านบัตรเครดิต , เอกสารของเปิดเบอร์ใหม (แนะนำที่ ทรู Coffee สาขาสยามพารากอน และสาขาสยามสแควร์สซอย 2 พนักงานน่าจะมีความรู้ และบริการดีกว่าที่ True Shop) 

7. จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พนักงานทรู ก็จะไม่ได้อธิบายอะไรให้เราฟังมากมาย (อาจจะผูกขาดขายอยู่เจ้าเดียว เลยดูชิล ๆ ซึ่งคิดว่าหาได้จากบริการของ ทรูเท่านั้น คงหาไม่ได้จาก AIS และ DTAC) แต่ไม่ต้องกลัวเพราะเราเตรียมตัวมาดีแล้ว ตอนนี้ก็งัด check list ที่ print มา ตรวจเช็คสภาพเครื่องเลย โดยถ้าเปลี่ยนเครื่องตั้งแต่ตอนนี้ จะได้เครื่องใหม่แกะกล่อง แต่ถ้าหลังจากออกจากร้าน และเซ็นเอกสารรับรองแล้ว อาจจะได้เครื่องที่เรียกว่า refurbished แทน โดย iPhone สีขาวก็กล่องสีขาว สีดำก็กล่องสีดำ ส่วนรูปและอุปกรณ์ในกล่อง สามารถดูตัวอย่างได้ที่เว็บสยามพอด

8. งัดซิมที่เตรียมมาทดสอบให้ พนักงานใส่ ซิมที่เตรียมมาทดสอบเข้าเครื่องเลย ค่อยเช็คไปนะครับ เครื่องไม่ใช่ถูก ไม่ต้องรีบ  แล้วก็เช็คตามนี้

  • สภาพเครื่อง ฝาหลัง กรอบ จอ ไม่มีรอยตำหนิ 
  • การประกอบเครื่องสนิทเรียบร้อยดี
  • อุปกรณ์ครบ (หูฟัง, ปลั๊กไฟ, สาย USB, sim ejector tools)
  • IMEI และ Serial ตรงกับที่กล่อง
  • ความจุใกล้เคียงกับที่สั่ง เครื่องแกะห่อใหม่
  • เช็ค Setting -> General -> Usage ไม่มีเวลาขึ้นที่ usage, standby, call time, data
  • เช็ค หน้าจอ ว่าพลิกตะแคง-ตั้งได้ ตามมือเรา
  • เช็ค กล้องถ่ายรูป ใช้งานได้ตามปกติ
  • เช็ค การซูมเข้าออก เลื่อนซ้ายขวา ว่าลื่นไหลและทำงานปกติ
  • เช็คว่าชาร์จไฟเข้าไหม
  • เช็คว่า รับเข้าโทรออก ได้ตามปกติไหม
  • เช็คดูหน้าจอว่าสัมผัสแล้วตอบสนองได้ทุกส่วนหรือไม่
  • เช็คเซนเซอร์โดยการโทรออกแล้ว เอามาแนบหู หน้าจอดับหรือไม่
  • เช็คดูปุ่ม Home ว่ากดแล้วตอบสนองดีหรือไม่
  • เช็คปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง
  • เช็คระบบสั่นของเครื่องโดยการโทรเข้า
  • เช็คระบบ Motion ใช้การได้หรือไม่ [เขย่าเปลี่ยนเพลง]
  • เช็ค bright/dead pixel โดยเข้าไปที่เว็บ http://iphonedpt.awardspace.com/
  • และอื่นๆ ตาม check list ของคุณ Zatang
* ข้อมูลบางส่วน นำมาจากคุณ bluecosmos ที่เว็บ appreview.in.th

ในส่วนของ wifi จะยังใช้ไม่ได้ โดยเช็คด้วยว่า พนักงานมีจด MAC ADDRESS ของเครื่องไอโฟนเราไปด้วยหรือเปล่า เพื่อทำการเปิด wifi ให้เรา (ใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง ถึงใช้ได้) ซึ่งก็ถ้าเรามี account hotspot wifi อื่นๆ ก็ลองเปิดดูก็ได้ดี เข้า youtube เล่นก็ได้ ตรวจจนพอใจแล้ว ค่อยเซ็นเอกสารรับรอง

9. สอบถามเรื่องวันครบกำหนดรอบบิล และเวลาที่โทรได้ในรอบบิลล์แรกให้ดี เพราะรอบบิลล์แรก มักจะได้ไม่ครบเดือน ซึ่งทางทรูมูฟ จะหารจำนวนวันเอา ดังนั้นอย่าเผลอไปใช้เต็มจำนวนตามโปรโมชั่น (วันไปซื้อพนักงานไม่บอกอะไรเลย มาอ่านในกระทู้พันทิป ถึงได้รู้ เกือบเผลอใช้ให้ครบ 300 นาทีแล้ว)

ลองอ่านจากกระทู้ ของท่านอื่นๆ  ที่ประสบปัญหามาก็ได้ครับ

รู้ไว้ก่อน ก็ดี ...

การรับประกัน
   
      บริการรับประกันเครื่องโทรศัพท์(สินค้า) เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต โดยจะรับประกันอุปกรณ์ทุกชิ้น เป็นเวลา 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่ซื้อสินค้าและเริ่มเปิดใช้บริการ การรับประกันสินค้าไม่ครอบคลุม กรณีดังต่อไปนี้
   

    * สินค้าที่ไม่ได้ซื้อจากทรูมูฟ หรือ ตัวแทนจำหน่ายของทรูมูฟ
    * สินค้าที่เสียหายจากความชื้น น้ำ สารเคมี หรือของเหลวทุกชนิด ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม
    * สินค้าที่เสียหายจากการตก หล่น กระแทก จนทำให้สินค้าไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
    * ความเสียหายอันเกิดจากการชาร์จแบตเตอรีผิดวิธี
    * ความเสียหายอันเกิดจากการใช้งานที่ผิดประเภท หรือผิดไปจากการใช้งานปกติ
    * ความเสียหายอันเกิดจากการดัดแปลง แก้ไข หรือซ่อมเครื่องและอุปกรณ์เสริมทุกชิ้น
    * ความเสียหายอันเกิดจากรอยขีดข่วน บิดงอ แตกร้าว
    * ความเสียหายอันเกิดจากไฟไหม้ อุบัติเหตุ การโจรกรรม หรือภัยธรรมชาติต่างๆ
    * ความเสียหายอันเกิดจากสัตว์หรือแมลง

      ทรูมูฟขอสงวนสิทธิ์การงดให้บริการใดๆ กับสินค้าที่มีสภาพการทำงานปกติ ไม่แสดงอาการติดขัด หรือขัดข้องในการทำงานแต่อย่างใด และสินค้าที่อยู่นอกเงื่อนไขการรับประกันข้างต้น หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือพบข้อบกพร่องกับสินค้า ติดต่อ TrueMove iPhone Care Center ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ ทรูมูฟ ช้อป ทุกสาขา

เครื่องมีปัญหา ก็ไปที่
     

  1. บริการครบวงจร ระยะเวลา  0-3 วัน ทรูมูฟสแควร์ สยาม สแควร์ ซอย 2 *แนะนำ
  2. ให้คำปรึกษาเบื้องต้น พร้อมรับเครื่องซ่อม     5-7 วัน    

    * Urban Park สยามพารากอน
    * ทรูไลฟ์ สาขาจามจุรีสแควร์
    * ทรูไลฟ์ สาขาทองหล่อ
    * ทรูไลฟ์ สาขาสยาม สแควร์ ซอย3
    * ทรูช้อป สาขาเดอะมอลล์ บางกะปิ
    * ทรูช้อป สาขาเซ็นทรัล บางนา
    * ทรูช้อป สาขาเซ็นทรัล พระราม2
    * ทรูช้อป สาขาไอที มอลล์ ฟอร์จูน ทาวน์
    * ทรูช้อป สาขาฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

   3. จุดรับเครื่องส่งซ่อม     5-7 วัน     ทรูและทรูมูฟ ช้อป ทุกสาขาในกรุงเทพฯ
   4. จุดรับเครื่องส่งซ่อม     10-14 วัน     ทรูและทรูมูฟ ช้อป ทุกสาขาในต่างจังหวัด

 

ก่อนกลับบ้านก็ไปติดฟิล์มกันรอย และหาซื้อเคสมาใส่ให้น้องไอโฟนของเราซะก่อน ก็เป็นการดี ระหว่างนั้นก็เอาสติกเกอร์ที่ติดมากับเครื่องตอนแรก ติดไว้ก่อน เพราะน้องไอโฟน 3gs แม้จะสวย แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่เป็นรอยง่ายมาก ซึ่งเคสสวย ๆ มีคุณภาพ ก็มีให้เลือกมากมาย แนะนำให้ไปแถว สยามแสควร์ส เพราะว่าโซนนี้เป็นแหล่ง ของร้าน Apple และ iPhone เลย เพราะมีทั้ง iStudio สาขา Central World, สยามพารากอน, Digital Gateway, Siam Discovery และ True Coffee ที่สยามพารากอน และสาขาสยามแสควร์สซอย 2

ด้วยความที่ Case มันมีหลากหลายแบบมากมาย ทั้งแบบ case ใส, hard case, soft case, semi-soft case เราควรทำการบ้านก่อนไปซื้อ ก็เป็นการดี จะได้ไม่ต้องยืนเลือกนาน (เนื่องจากก่อนหน้านี้ ต้องซื้อเลือกซื้อเครื่องที่ทรูมูฟนานแล้ว เริ่มเมื่อย เพราะที่ทรูเขาไม่มีที่ให้นั่ง) โดยแหล่งรีวิวดี ๆ สำหรับ case ก็เห็นมีของที่ทาง siampod ทำมา หรือจะดูใน youtube โดยค้นหา ชื่อเคส และรุ่นที่ชอบ ก็จะได้เห็นคลิปวีดีโอ ว่าเคสที่อยากได้ มีข้อดีข้อเสียยังไง แล้วก็มีร้านขายออนไลน์ด้วย มีเคสให้เลือกเยอะเหมือนกัน ที่ร้าน Barba หรือจะหยิบแผ่นโฆษณาของ True ชื่อ True Selection มาเลือกดูก็ได้ ราคาเคสก็อยู่ราว ๆ 800 - 1500 แต่มีแบบหรูหรา เป็นพิเศษ ก็ 2,000 - 5,500 ก็มี (เคสหนังนกกระจอกเทศ) ซึ่งบาง case เขาก็มีแถมฟิล์มกันรอยมาให้ด้วยเลย ก็ให้ทางร้านติดให้เลย อย่าติดเองเด็ดขาด ถ้ายังไม่เคยติดมาก่อน ส่วนถ้าแบบประหยัดไปดูที่ MBK มีซองซิลิโคนให้เลือกหลากหลายเลย อย่างพวก ซิลิโคน Paul Frank ที่ฮิตๆ กันก็มีเพียบเลย

 

เว็บไซต์ที่แนะนำให้เข้าไปดูก็มี

  • Siampod.com - รีวิวเยอะพอสมควร ซึ่งมีขายในไทยแน่นอน
  • caselover.com - เว็บขาย case ในไทย มีเคสสวยๆ เพียบ
  • barbaiphone.com - เว็บขาย case ในไทย ที่มีเคสและอุปกรณ์เสริมเยอะเลย
  • Youtube.com  - เห็นกรอบและวิธีใช้ผ่านคลิป
  • iPhone-cases.org - รีวิวเยอะมาก เป็นภาษาอังกฤษ
  • everythingicafe.com - มีรูป case ให้ดูเยอะดี แต่อาจจะไม่มีขายในไทยก็ได้นะ เช็คก่อน
  • Griffin Case 
  • Belkin
  • Incase
  • Speck 
  • Agent 18
  • iSkin
  • Incipio
  • Maison Takuya
  • Switcheasy

แต่ใครไม่ชอบอยากติดเป็นฟิล์มกันรอยรอบตัว ก็จะมียี่ห้อของ bodyguardz แล้วก็ invisibleshield ของ zagg แต่ถ้าเป็นสีขาวก็ไม่แนะนำ เพราะไปเรื่อย ๆ ฟิล์มจะเหลือง ทำให้ไอโฟนดูหมองๆ แต่ถ้าไม่ซีเรียสมาก ติดฟิล์มแบบรอบตัวนี่ ก็ไม่ต้องกลัวเป็นรอยอะไรมากมายนัก อีกเรื่องคือ ถ้าติดฟิล์มแบบนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะใส่เคสพวก hard case ไม่ได้ หรือบางทีก็ติด soft case ไม่ได้เหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่ case จะพยายามทำมาพอดี เพราะจะได้ไม่มีผงฝุ่นเข้าไปในเคส ซึ่งเป็นสาเหตุให้เป็นรอยได้ หรือมีอีกแบบที่ออกแนว hard core หน่อยก็เป็นฟิล์มแบบไฟลน รายละเอียดลองอ่านจากที่เขา รีวิวกันไว้นะครับ

จบภาคแรกแล้ว ไว้ไปต่อกัน ภาคต่อไป สำหรับหลังซื้อ iPhone 3GS มาควรทำอะไรบ้าง ใครเห็นว่าดีมีประโยชน์ ช่วยกด hot หรือใส่ ลูกบอลแดงให้ด้วยนะครับ

 

ตอนนี้ facebook เพิ่มความสามารถใหม่ เพื่อต่อกรกับ นกน้อย twitter ซึ่งตอนนี้ fb (ย่อมาจาก facebook) ก็สามารถแปะชื่อเพื่อน  (tagging friend) ในช่อง update status ได้แล้ว ซึ่งตอนนี้เปิดให้ลองเล่นกันเรียบร้อยแล้ว



การใช้งานก็ไม่ยากอะไร เพียงแค่ ใส่ข้อความอัพเดตว่า เรากำลังคิดหรือกำลังทำอะไรอยู่ แล้วก็ใส่เครื่องหมาย "@" แล้วตามด้วยชื่อเพื่อนใน friend list ของเรา ตัวอย่างก็เช่น "วันนี้ไปดูหนังเรื่อง 5 แพร่งมา คุณเพื่อน@xxx (ใส่ @ แล้วตามด้วยชื่อเพื่อนใน fb) กรี๊ดพี่เคน ดังกว่า กรี๊ดผีอีก" ระบบ fb ก็จะค้นหาชื่อ friend ที่ใกล้มาให้เราเลือก หลังจาก update เสร็จข้อความอัพเดต ก็จะมี link ไปถึง profile ของเพื่อนคนที่เรา tag ด้วยเลย ส่วนที่ profile เพื่อนก็จะมีการแจ้งว่าได้ถูก แปะชื่อ (tagging) แล้วโดยใครซึ่งก็คล้ายๆ กับทาง แปะชื่อเพื่อนในอัลบั้มรูป (tagging photo) นั่นเอง



แล้วก็นอกจาก จะแปะชื่อเพื่อนใน friend list ได้แล้ว เรายัง แปะชื่อ page, fan, groups ที่เราสมัครอยู่ด้วยได้เลย

ขอให้สนุกกับการ tag เพื่อนๆ นะครับ ;)



ทิปดี ๆ จาก : http://www.insidefacebook.com/2009/09/14/facebook-launches-status-tagging-for-all-users/
 

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. All photo are NOT allowed to be used for any purpose without permission. ห้ามนำรูปในบลอคนี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น.