HealthNWellness

กันยา คลีนิก กายภาพบำบัด (Kanya Physical Therapy Clinic)
368 ถ.สิรินธร แขวง/เขต บางพลัด กทม 10700  แผนที่
โทร : 02-434-4111
website :  http://www.kanyapt.com/
พิกัด GPS : N 13 46.078 E 100 29.081

อาจารย์สมรรถชัย เขาแก้ว กองแพทย์หลวง สวนจิตลดา (หมอมรรถ)
เข้าตรวจทุกวัน เว้นวัน พุธ และ อาทิตย์ วันธรรมดาเข้าตั้งแต่ 17.00 น. ส่วนวันเสาร์เข้า 13.00 น.

 

คลินิกที่ไปหาอยู่แถวปิ่นเกล้าครับ ชื่อ  กันยา คลีนิก กายภาพบำบัด (ชื่อนี้ เพราะว่าเจ้าของชื่อ คุณกันยา อาจารย์จากมหิดล นั่นเอง) ส่วนคุณหมอที่รักษาให้คือ อาจารย์สมรรถชัย เขาแก้ว หรือหมอมรรถ ตามคำแนะนำของคุณพี่ที่รู้จัก นั่นเอง

 

 


หน้าคลินิกครับ จอดรถด้านหน้าได้เลย แต่ที่จอดมีน้อย


มาถึงก็ ติดต่อ เจ้าหน้าที่ ที่เคาเตอร์นี้ได้เลย ข้างในก็สะอาด เรียบร้อย ยังดูใหม่อยู่เลย



เสร็จแล้วก็รอคุณหมอที่ต้องนี้ มีทีวี นิตยสารให้รออ่านเพลินๆ พอเย็น ๆ ที่นั่งก็เกือบเต็มอยู่

นั่งรอคิวไปซักพักหนึ่ง คุณหมอมรรถ ก็เรียกเข้าตรวจ (เห็นหุ่นหมอแล้ว ไม่ต้องกลัวไม่มีแรงเลย) ก็แจ้งคุณหมอว่า เมื่อยคอเป็นประจำ ปวดหลังด้วย เพราะใช้ notebook เป็นประจำทุกวัน คุณหมอ ก็ลองดู โครงสร้างของเราก่อนว่า มีส่วนไหนผิดรูปไปบ้าง แล้วหมอก็ลองจับ คลำ ๆ ดู แล้วก็วินิจฉัย ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่คุณหมอมรรถ บอกว่ามันตรงหมดเลยแฮะ อาการต่างๆ เนี่ยใช่หมดเลย เจ็บนู่น ปวดนี่ อาการตรงนั้นตรงนี้ เป็นแบบนี้ หลัก ๆ แล้วก็เป็นอาการ จากการใช้ Notebook มากเกินไปนั่นเอง หรือที่เรียกกันว่า Office Syndrome หรือ Repetitive Strain Injury (RSI) 

RSI เป็นอาการที่เกิดจากการนั่ง ทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์นานๆ เกิดขึ้นจากการนั่งทำงานแบบไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น ลักษณะการวางมือบนแป้นพิมพ์ การบาดเจ็บซ้ำซาก  สามารถเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย ตั้งแต่แขน ข้อมือ ข้อนิ้ว แผ่นหลัง ต้นคอ หัวไหล่และสายตา หากปล่อยไว้นานๆ อาจต้องผ่าตัดเอ็น*

ซึ่งเดี่ยวนี้ เป็นกันเยอะ อย่างไม่รู้ตัว ซึ่งบางคนจะคิดว่า ไปหาหมอไคโร เนี่ยส่วนใหญ่เป็นคนแก่ ถึงไปกัน ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะว่าคอมพิวเตอร์เดี๋ยวนี้ๆ ใคร ๆ ก็ใช้ แล้วก็ใช้กันนาน ๆ ซะด้วย โดยหมอบอกว่า โดยเฉพาะ notebook & netbook เพราะด้วยท่านั่งที่ผิดลักษณ์ คือต้องนั่งงุ้มหลัง ไหล่ และคอ ซึ่งจะทำให้มีปัญหาเยอะ

 


เริ่มการรักษาด้วย เครื่อง electrical stimulationโดน ไปแล้ว ชา ๆ ช๊อต ๆ หงึก ๆ ใครมีปัญหาหัวใจ ความดัน กรุณาแจ้งคุณหมอก่อนนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวไป แหง่ก ๆ แทน เขาจะตั้งเวลาไว้ นั่งอ่านหนังสือ เพลิน ๆ ไปก็ได้ ของผมมีปัญหา ที่คอ กับหลัง เขาก็แปะกระตุ้น ที่คอแล้วก็หลัง

 


อันนี้เตียงคนที่มารักษา 

 



เครื่อง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อด้วยความร้อน (ตั้งเอง) โดนไปแล้วเหมือน เราจะกลายเป็นไข่โดนกก เกือบหลับทุกครั้งที่หมอทำให้ อุ่นดีจัง หมอบอกว่าต้องให้กล้ามเนื้อคลายก่อน ก็ตั้งเวลาทิ้งไว้อีกเหมือนกัน

 

ส่วนขั้นตอนต่อมา คุณหมอมรรถ ก็มาจัดการ ดัด จับ บิด ขั้นนี้จะคล้ายนวดไทยนั่นแหละครับ แต่ไม่ได้เป็นท่าตาม step เท่านั้นเอง เป็นตรงไหน หมอก็จัดการตรงนั้นให้ ก็ทำแล้วก็ได้ยินเสียง ก๊อป กึก กร๊อบ ประมาณกระดูกสั่นครับ (เสียวคอหมุนบ้างเป็นบางครั้ง) ผสมกับการนวดบำบัด คุณหมอบอกว่า ยิ่งเสียงดัง ยิ่งไม่ดี แต่รักษาไปเรื่อย เสียงจะหายไปเอง 

เสร็จเรียบร้อย คุณหมอก็แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ และกินพาราแก้ปวด กันไว้ สำหรับวันแรก ๆ เพราะว่าอาจะปวดเนื้อปวดตัวได้ แล้วคุณหมอ ก็แนะนำท่ากายบริหารมาให้ เพราะกล้ามเนื้อบางส่วนเรา อาจจะไม่แข็งแรง ต้องบริหารเพิ่ม (ไม่เกี่ยวกับ กล้ามเนื้อเบิ้มๆ  ที่ไปเล่นฟิตเนสมานะ)

ส่วนใครนึกไม่ออก เขาทำอะไรกันยังไง ลองดู วีดีโอ Chiroprctic Visit ลองเยี่ยมหมอไคโร ดูเป็นคลิปประกอบน่าจะเห็นภาพมากกว่า แต่เป็นของทางเมืองนอกนะครับ แต่ก็อารมณ์เดียวกันนั่นแหละ

 

 


อันนี้เครื่องอะไรก็ไม่รู้ ยังไม่เคยโดน

เสร็จแล้ว ก็กลับบ้านได้เลย ออกมาแบบตัวปลิวเลย แบบว่าเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกเลย จากที่คอเมื่อย ๆ หัวหนัก ๆ อาการพวกนี้ก็หายไปหมดเลย (แต่ก็กลับมาอีก หลังจากนั่งหน้า notebook) หมอก็นัดมาทุกสัปดาห์ ส่วนค่ารักษา ก็ไม่แพงเลยครับ (อันนี้สำหรับ หมอมรรถ ท่านเดียว หมอคนอื่นไม่รู้ว่าเท่าไหร่) ราคาหลักร้อยกลาง ๆ ไม่แพงเลยครับ ถ้าเทียบกับหมอไคโร แถวสุขุมวิท ซึ่งเป็น พันบาท ขึ้นไป 

 * อ้างอิงจาก http://gotoknow.org/blog/microcosm/269881


 

พอดีเมื่อยคอ แล้วก็เมื่อยหลังเป็นประจำ เพราะว่านั่งหน้า notebook เป็นประจำ เลยมีคุณพี่ท่านหนึ่งแนะนำให้ไปหา Chiroprator หรือ คุณหมอไคโรแพรคติก ก็เลยเอามาเขียน blog เล่าประสบการณ์ซักหน่อย แต่ก่อนอื่น มารู้จักกันก่อนดีกว่าว่า ไคโรแพรคติก (Chiropractic) คืออะไร เพราะในเมืองไทยก็ยังถือเป็นเรื่องใหม่อยู่

ไคโรแพรคติก คืออะไร ?

ศาสตร์ วิชาการแพทย์ไคโรแพรคติกเป็นแขนงการดูแลสุขภาพ โดยตรวจรักษาระบบประสาท การดูแลกระดูกสันหลัง และข้อต่างๆ ในร่างกายเพื่อให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จ่ายยา ใช้เข็ม หรือผ่าตัด ด้วยการรักษาความผิดปกติของโครงสร้างและการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Structure and Biomechanic) หรือการคลาดเคลื่อนจากตำแหน่งปกติ ของข้อกระดูกสันหลัง เนื่องจากกระดูกสันหลังเป็นจุดศูนย์กลางของดุลยภาพในการเคลื่อนไหวของร่าง กาย ฉะนั้นหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในบริเวณนั้น อาจจะมีผลกระทบต่อระบบประสาท ซึ่งควบคุมร่างกายทั้งหมดของเรา การแพทย์ไคโรแพรคติกเน้นถึง ความสมดุลของระบบโครงสร้าง สภาวะจิต และสารเคมีต่าง ๆ ในร่างกาย

การ แพทย์ไคโรแพรคติกมีมานานกว่า 100 ปีแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกาปัจจุบันเป็นการแพทย์ทางเลือกที่มีจำนวนผู้ เชี่ยวชาญมากที่สุดในสหัฐอเมริกา แต่สำหรับในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า การดูแลกระดูกเป็นเรื่องของคนสูงอายุหรือคนพิการเท่านั้น    

ศาสตร์วิชาการแพทย์ไคโรแพรคติก (Chiropractic) เริ่มต้นเกิดขึ้นครั้งแรกที่เมือง Davenport รัฐ Iowa ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1895 (พ.ศ.2438) ผู้เริ่มคนแรก คือ DR. D.D. Palmer ท่านได้พัฒนาศิลปะปรัชญา และวิทยาศาสตร์การแพทย์ไคโรแพรคติก คำว่า Chiropractic เป็นภาษากรีก ซึ่งคำว่า “Cheir” และ “Praktikas” มาผสมกัน ซึ่งความหมายก็คือ “รักษาด้วยมือ”



ผู้ที่มีอาการอะไรบ้างควรมาพบไคโรแพรคเตอร์

การ แพทย์ไคโรแพรคติก มุ่งเน้นในการบำบัดอาการเกี่ยวกับกระดูกสันหลังและระบบประสาท และกล้ามเนื้อ ผู้ที่มีอาการเหล่านี้ควรจะเข้ารับคำปรึกษา
1.ปวดศีรษะโดยรอบ หรือ ข้างเดียว
2.ไมเกรน (Migraine)
3.ปวดคอ
4.ปวดไหล่ ปวดแขน
5.ปวดหลัง
6.ปวดหรือชาตามแขน ขา
7.บาดเจ็บจากการกีฬา (Sport injuries)
8.บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ (Accident)
9. หมอนรองกระดูกเคลื่อน
10. ปวดตามข้อต่างๆ
11. บาดเจ็บจากการยกของหนัก
12. อาการอ่อนเพลียนอนไม่หลับ
13. กระดูกสันหลังคด
14. อาการเครียด
15. เส้นเอ็นอักเสบ

 

อาการพวกนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากกิจวัตรประจำวัน เช่น คนที่ เดินทางนั่งเครื่องบินเป็นเวลานาน และเป็นประจำ หรือการเดินทางที่ต้องลากกระเป๋า นอกจากนี้ยังมีคนไข้ที่เกิดจากปัญหาของบุคลิกภาพ เช่น ยืน ห่อไหล่เป็นประจำ ส่งผลให้ กระดูกเชิงกรานบิด หรือยืนห่อไหล่แล้วเอียงพบในกลุ่มผู้เล่นกอล์ฟ การออกกำลังในท่าที่ไม่เหมาะสม หรือดารานักแสดง นางแบบที่ต้องยืนหรือเดินในท่าทางที่ผิดไปจากธรรมชาติทำให้ตะโพกบิดไปด้านใด ด้านหนึ่ง สิ่ง เหล่านี้ทำให้เกิดการเคลื่อน ทรุดของกระดูกสันหลัง หรือเกิดจากกรรมพันธุ์ บางคนเท้าไม่มีอุ้งเท้าขายาวไม่เท่ากัน ต้องแก้ปัญหาด้วยการใส่รองเท้าที่มีแผ่นเสริม พิเศษ เป็นต้น

ขั้นตอนการรักษา ซึ่งก็คล้ายแพทย์ทั่วๆไปที่จะต้องมี
    1.    การซักประวัติการเจ็บป่วย    
    2.    ตรวจร่างกาย ทั้งทางกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท รวมถึงการเช็คลักษณะโครงสร้างร่างกาย ที่ผิดปกติ    
    3.    ตรวจ x-ray เพื่อช่วยในการวินิจฉัย    
    4.    วินิจฉัยโรค และบำบัดรักษา   

 
การ รักษาแบบการแพทย์ไคโรแพรคติกจะทำการรักษาด้วยมือ โดยไม่มีการใช้ยาหรือการผ่าตัดแต่อย่างใด โดยปกติจะใช้มือจัดข้อกระดูกสันหลังและกระดูกเชิงกรานจากตำแหน่งที่ผิดปกติ ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นปกติ รวมถึงการทำงานของระบบประสาทที่ดีด้วย

นอกจากนี้ อาจจะจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือ ทางการแพทย์ไคโรแพรคติกบางอย่างช่วยคลายกล้ามเนื้อ หรือลดการเจ็บปวดของคนไข้เมื่อจำเป็น

อย่างไรก็ตามหากรักษาแล้วหวนกลับไปใช้ชีวิต แบบเดิม มีความเป็นไปได้สูงที่อาการเดิมจะหวนกลับมาอีก ดังตัวอย่างของการใช้ท่าทางในชีวิตประจำวันผิด เช่น เวลาใส่รองเท้า ไม่ควรก้มลง ให้งอเข่าลงมาช่วย เวลาไอหรือจาม ควรยืดกล้ามเนื้อหลัง และงอเข่าขึ้นมาเล็กน้อย เวลาปูเตียง ควรใช้ท่านั่งยอง ๆ ควรเปลี่ยนอิริยา บถบ่อย ๆ อย่าอยู่ในอิริยาบถเดียวเป็นเวลานาน ๆ เป็นต้น     

ข้อมูลอ้างอิงจาก  Thailand Chiropratic Association

รู้จักไคโรแพรคติกแล้ว เรามาดูอีกมุมมองอีกด้านหนึ่ง ด้วยดีกว่า

  1. Chiropractic การจัดกระดูกสันหลัง โดยคุณ  Marquez
  2. Chiropractic ในอีกมุมหนึ่ง โดยคุณ Happy autumn