Custom Search

Travel

 

เทศกาลปล่อยแสง 4 คิด-ทำ-กิน (Supermarket of Ideas)

ได้อ่าน blog ของคุณ Plariex ที่ ไปกินปลาแซลมอน แล้วมีแวะไปเทศกาลปล่อยแสง 4 เห็นแล้วน่าสนใจ เลยขอตามรอยไปด้วยคน เพราะปล่อยแสงทีไร ไม่เคยได้ไปกับเขาซักครั้งเลย คราวนี้ครั้งที่ 4 เขาจัดเป็นนิทรรศการเลย ติดต่อกันเป็นเดือน ก็เลยง่ายในการไปรับแสง กับเขาซะหน่อย เอาแสงดีๆ  ไอเดียดี ๆ มาเข้าในหยักสมองบ้าง ส่วนรายละเอียด เทศกาลปล่อยแสง 4 ก็ตามรายละเอียดด้านล่างเลย


“รับไอเดียสดใหม่เพิ่มมั้ยคะ” ใคร ว่าไอเดียดีไม่มีขายและวางจำหน่ายจ่ายแจก งานนี้นักปั้นความคิด และนักสร้างธุรกิจจะได้มาร่วมวงต่อรองและซื้อขายความคิดร่วมกันอย่างสร้าง สรรรค์ ใน เทศกาลปล่อยแสง 4 Supermarket of Ideas กิจกรรมเด่นภายใต้โครงการ “Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” ซูเปอร์มาร์เก็ตที่อัดแน่นด้วยไอเดียพร้อมใช้ เปิดให้บริการแก่พ่อค้าแม่ขายได้ร่วมจับจองพื้นที่เสนอขายทุกความคิดสดใหม่ และเปิดต้อนรับนักช้อปไอเดียทุกสาขาอาชีพให้ได้เลือกสรรวัตถุดิบทางความคิด จากมันสมองคนไทยกันแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อต่อยอดและพัฒนาความคิดสู่เครือข่ายทางธุรกิจที่เข้มแข็งต่อไป

 


ความเป็นมาของเทศกาลปล่อยแสง
เทศกาลปล่อยแสง เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “Creative Thailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” ซึ่งจัดขึ้นตามแนวนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างเสริมขีดความสามารถทางการ แข่งขันของประเทศด้วยการมุ่งพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จึงได้จัดงานเทศกาล “ปล่อยแสง: คิด /ทำ /กิน” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสสำหรับทุกคนในการนำเสนอความคิดและผลงานสร้างสรรค์ที่ สามารถผลิตเป็นชิ้นงานได้จริง และสร้างบรรยากาศแห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนระหว่างเจ้าของผลงานและผู้ที่สนใจ อันจะนำไปสู่การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อการสร้างรายได้ต่อไป

ลานปล่อยแสง
วันที่ 9 – 27 กันยายน 2552 (ปิดวันจันทร์) / 10.30 – 21.00 น.
ห้องแกลลอรี่ 2 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC ชั้นโรงภาพยนตร์ SF ที่ห้างเอ็มโพเรี่ยม


รายละเอียดเพิ่มเติม เทศกาล ปล่อยแสง 4 คิด-ทำ-กิน http://www.tcdc.or.th/ploy-saeng/



ตอนไป นร. นศ. เพียบเลย แต่เหมือน อาจารย์ จะสั่งทำรายงาน ที่ปล่อยแสง เขาจะจัดเป็น บูท สูงๆ 

 
เสื้อ T-shirt ด้านหน้า I'm Good ด้านหลัง I'm Bad 

 


บูทนี้น่ารัก เป็นไอเดียทำตุ๊กตาหมี


อันนี้เป็นบูท ของคาเรกเตอร์การ์ตูน

 


อันนี้ก็เจ๋งนะ เป็นหุ่นยนต์แมลง ดูแล้วนึกถึง transformer เลย

 

 
เด็กผู้หญิงตัวโตเด่นชัดเลย กระเป๋าก็สวยดีนะ



ชอบไอเดียอันนี้มาก ๆ เครื่องดื่มแนวใหม่ ในหลอดสี ๆ เป็นชา ส่วนน้ำใส ๆ ก็เหล้านั่นเอง


พอผสมแล้วก็ได้เครื่องดืมดริงด์ สีวิทยาศาตร์ล้ำยุคสุด ๆ

 


โคมไฟ ฟู่ ๆ

 


ป้ายเขาทำไอเดีย สวยทุกอันเลย

 


อันนี้เครื่องไล่ยุ่ง เห็นว่ายังเป็นเยาวชนอยู่เลยนะ

 


ของจุกจิก แห๋วว น่ารักได้อีก


ไอเดียดีตรงกระเป๋าเปลี่ยนได้ตามใจ


อันนี้ปล่อยแสงของแท้เลย


อันนี้เป็น เกมไพ่ ไอเดียบรรเจิดมากมาย


Love in blind ครับ


มาต่อเนื่องที่อันนี้ ของเขารายได้ส่วนหนึ่งมอบให้การกุศลด้วยนะ


ถ้าดูเต็มๆ จะเหมือน แปรงสีฟันเต้นรำอยู่ เป็นแปรงสีฟัน ไอเดียโกอินเตอร์ไปแล้ว


ของแฟนชั่น กระเป๋า เสื้อผ้า ก็เยอะนะ ส่วนใหญ่ของคุณผู้หญิง


อันนี้รู้สึก ส่งข้อความเข้า twitter มันโชว์ข้อความข้น LED แต่ตอนไป โปรแกรม hang อยู่


อ๊ะของ ชาวบ้าน exteen นี่เอง มาเปิดหลายบูทเหมือนกันนะ


การ์ตูน เส้นดำ น่ารักได้อีก

อันนี้ มาแนวมาก ไล้สาละ คือมันมีแค่นี้จริงๆ 


แต่ที่สะใจคือ ดินสอเปอ้ง ให้เขียน comment

 


หน้ากาก เอาไปใส่งานไหนดี


กระเป๋าไอเดียคนปล่อยแสงครับ


อันนี้ก็น่ารัก ข้าวปั้นญี่ปุ่น

 


pixel art สวย ๆ เอามาเป็นทำเป็นของใช้

 


อักษรไทย ก-ฮ เอามาทำของขาย 

 


ดูแล้วแหวน lord of the ring โคตร ๆ


 




การ์ดน่ารัก ๆ หลายสัตว์ แพนด้า น่ารักมาก


คาแรกเตอร์การ์ตูน ที่ดูดีเชียว


อันนี้ขายบริการครับ แต่ไอเดียดีทำ presentation แจ่ม

 


น่ารัก ๆๆ

 

 

 

 

 

ของจริงมีอีกเพียบ นักปล่อยแสง เขาเอาของมาลงเยอะมาก ไปดูกันนะ ไปรับแสงทางความคิดกัน ชาว exteen ก็มีไปเปิดเหมือนกันนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกเดินทางเมื่อ 15 ตุลาคม 2007

เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ฝรั่งพาตะลุยกรีซ : วันสุดท้ายแล้วซิ

 

วันนี้ เป็นสุดท้ายแล้ว ขอทริปนี้ และเป็นวันที่ นักท่องเที่ยวทุกคน ไม่อยากให้มี พร้อมบ่นคำว่า "ไม่อยากกลับเล้ย" ไม่พูดเสียงดัง ๆ ฟังชัด ๆ ก็คงเป็นการตะโกนบอกตัวเองในใจลึก ๆ พวกเราสามลิง ก็เช่นเดียวกันเราตื่นกันแต่เช้าตรู่ เพราะไฟลท์ที่บินจาก ฮิราคีออน ไป เอเธนส์ เป็นไฟลท์เช้า พยายามทำทุกอย่างให้รวดเร็ว เพราะรู้สึกเกรงใจ เพื่อนฝรั่งแสนดี คนนี้รบกวนมาหลายวันแล้ว ก่อนขึ้นรถไปกัน พวกเราไม่ลืมที่กล่าวลา เออร์มี่ หมาจอม alert นั่งนิ่งๆ ไปกัน ไม่รู้กำลังง่วง หรือคนอื่นกำลังทำเหมือน กระผมคือ พยายามทำให้ช่วงเวลานี้ดูช้า ๆ เอื่อย ๆ ที่สุด มองเมืองนี้ไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ เพลิน ๆ พยายามรับรู้ความรู้สึกจากทุกสัมผัส ที่สุดแท้จะสัมผัสได้ จะได้เก็บไว้เอาในหัวกระโหลกหนา ๆ แต่สมองน้อยไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่นานพวกเราถึงสนามบินเรียบร้อยแล้ว ผู้คนเดินกันขวักไขว่ คอสทัสช่วยเหลือพวกเรา อีกแล้วด้วยการติดต่อ counter checkin ขอให้กระเป๋าส่งตรงไปที่เมืองไทยเลย ทำให้ไม่ต้องพะวงกับกระเป๋าให้วุ่นวาย เป็นความรู้ใหม่สำหรับพวกเราด้วย ว่าอย่างนี้ก็ทำได้ด้วย เพราะเรานั่งหลายต่อ แถมยังคนละสายการบิน เริ่มจาก ฮิราคีออน ไปเอเธนส์ ด้วยสายการบินอีเจนท์แอร์ แล้วที่เอเธนส์ค่อยนั่ง กัลฟ์แอร์ไปแวะพักที่ บาห์เรนก่อนค่อยต่อตรงไป สุวรรณภูมิ ส่วนน้ำหนักกระเป๋า ก็ผ่านไปได้ฉลุยอย่างเนียน ๆ รู้งี้ซื้อของฝากเพิ่มอีกดีกว่า แต่ตอนแรกกลัวว่าต้องมานั่งแบกกระเป๋าเอง ระหว่างต่อเครื่อง ซึ่งเป็นภาระหนักอยู่

สัก พักก็ใกล้เวลาเข้าไปรอ gate แล้ว พวกเราได้แต่กล่าวคำขอบคุณอย่างสุดซึ้งกับ ฝรั่งร่างใหญ่ ที่แข็งแรงบึกบึนเหมือนสมดั่งเป็นลูกหลานเหลนโหลน ท่านมหาเทพซุส ที่ทำให้พวกเราได้ท่องเที่ยวกรีซ อย่างปลอดภัย และเจออะไรมากมาย มากกว่าที่คาดหวังไว้เยอะ พวกเราได้แต่บอกว่า ทริปนี้เป็นทริปที่สุดยอด ไม่เคยคิดว่าจะได้เที่ยวสุด ๆ ขนาดนี้ เป็นช่วงเวลาที่ทำใจลำบากที่จะกล่าวลา สหายแสนดี คนนี้จริงๆ  เข้าใจแล้วครับ เวลาเห็นคนกอดกันที่ สนามบินกันนานหลายนาที เหมือนจะไม่ได้เจอกัน ต้องแยกจากกันด้วยความอาลัยอาวรนั้นเป็นยังไง

พวกเรารอเวลาขึ้นเครื่องจากบาห์เรน เพื่อกลับเมืองไทย อยู่นาน ไฟลท์ขึ้น Delayed หลาย ไฟลท์ทีเดียว ตอนนี้เวลาล่วงเลยข้ามวันไปแล้ว คนต่อแถวกันเพื่อรอขึ้นเครื่อง ดูสับสนวุ่นวาย พวกเราสามลิงไม่คิดจะรีบไปต่อแถวแต่อย่างใด เพราะคิดว่า อย่างไรก็มีที่นั่งอยู่แล้ว แต่เป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะไป  ๆ มาๆ  เมื่อไปถึงที่นั่งตามตั๋วของพวกเรา กลับพบว่ามีคนอื่นมานั่งอยู่แล้ว และพวกเขาบอกว่าตอนนี้เครื่องบินลำนี้ FREE SEAT อ้าวไหงเป็นอย่างนี้ไปได้ พวกเราสามลิง ขึ้นเครื่องมาเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้ว ที่นั่งสำหรับสามคนก็เหลือแต่ ด้านหลังสุดของลำเครื่องบิน หลังเก้าอี้ติดห้องน้ำพอดี ก็ทำไงได้ ตอนนี้ทุกอย่างดูสับสน อลหม่านไปหมด ดูคุณแอร์ เริ่มยิ้มแหย ๆ พร้อมกันรอยตีนกา จากความเครียดเริ่มผุดออกมา พวกเราสามลิง ทำตัวรับสถานการณ์ตามพื้นนิสัย คนไทย แต่แล้วก็รู้สึกว่าพรมที่ขา มันแฉะ ๆ เปียก ๆ พิกล และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาหน่อย ๆ เลยลงสังเกตสังกา ดูก็พบว่าน้ำจากห้องน้ำด้านหลังเก้าอี้พวกเรา มันซึมเปรอะออกมาที่พรม พวกเราได้โบกเรียก คุณแอร์คนสวยชาวต่างชาติ เธอได้แต่รับฟัง และบอกว่าที่นั่งเต็มหมดแล้ว โดยเปรียบเหมือนเธอมี ตาที่สาม อยู่ด้านหน้าลำเครื่องด้วย เพราะเธอไม่ได้คิดจะเหลียวไปดูแต่อย่างใด แต่พวกเราก็ยังทิ้งท้ายว่า ช่วยไปดูให้หน่อย รบกวนด้วยนะครับ อย่างสุภาพ และขอความเห็นใจ แต่แล้วเธอก็ไม่สนใจ เหมือนเราเป็นลิง ปิดหู ปิดตา ปิดจมูก ไปซะอย่างนั้น

แต่แล้วนางฟ้าตัวจริง ก็เดินผ่านพวกเรามา เป็น คุณแอร์คนไทย พวกเราดีใจเหมือนได้ พบเพื่อนที่ไม่เคยเจอมา สิบปี กล่าวทักทาย และขอร้อง อยากเปลี่ยนที่นั่ง แต่แอร์ก็บอกด้วยน้ำเสียงอย่างขอความเห็นใจกลับว่า ที่นั่งเต็มจริง แม้กระทั่ง ที่นั่งชั้นธุรกิจ ตอนนี้มี ผู้โดยสารสองท่าน ต้องนั่งที่นั่งสำหรับผู้เรือกันเลย พวกเราได้แต่ทำตาปริ่บ ๆ รับสภาพ แต่คุณแอร์คนไทย ก็ได้พยายามช่วยเหลือพวกเราด้วยการ นำผ้าห่มกันหนาว มาลองพื้นพรมให้พวกเราถึงสามชั้น และกล่าวคำขอโทษ อย่างสุภาพ ผิดเพี้ยนไปจาก แอร์ต่างชาติในเครื่องลำเดียวกัน ที่ตอนนี้เป็น นางมารสวมชุดแอร์ ในสายตาพวกเราไปซะแล้ว กระผมสุดจะทน ไม่ขอทานอาหาร นั่งฟังเพงและหลับไปดีกว่า แต่คิดในใจ ขอให้ถึงประเทศไทย ก็เพียงพอแล้ว เพราะยังไงเราก็ได้รับประสบการณ์เหนือความคาดหวังมาตลอดการเที่ยวทริปนี้ แล้ว เดินทางโดยสวัสดิภาพ  สุดท้ายกัลฟแอร์ ลำนี้ก็แบกห้องน้ำที่เต็มล้นจนน้ำล้นปลิ่มพรมด้านนอก มาถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ เป็นการจบทริปแบบไม่รู้จะลงคำจบท้ายว่าอย่างไร ขอเป็นการจบแบบลงอ่าวก็แล้วกัน

 
ขอบคุณครับที่แวะมาอ่านบันทึกนี้

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. All photo are NOT allowed to be used for any purpose without permission. ห้ามนำรูปในบลอคนี้ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น.